3 ประเภทของ โรคกล้ามเนื้อตาอ่อนแรง ที่ถูกพบได้บ่อยครั้ง

3 ประเภทของ โรคกล้ามเนื้อตาอ่อนแรง ที่ถูกพบได้บ่อยครั้ง

โรคที่ถูกเรียกว่า “กล้ามเนื้อตาอ่อนแรง” อาจจะมีชื่อเหมื่อนกัน แต่โรคเป็นคนละชนิด รวมไปถึงอาการหรือลักษณะผู้ป่วยนั้นก็จะมีความแตกต่างกันออกไป ซึ่งเหตุที่เรียกชื่อโรคเหมื่อนกันว่ากล้ามเนื้อตาอ่อนแรงนั้น เกิดมาจากในภาษาไทยไม่มีชื่อในการเรียกโรคชนิดนี้แบบอื่นๆ แต่ในทางสากลก็มีชื่อเรียกของโรคที่ต่างกันออกไปในแต่ละประเภทของโรค ดังต่อไปนี้

1. โรคกล้ามเนื้อตาอ่อนแรง โทสิส (Ptosis)

โรคกล้ามเนื้อตาอ่อนแรง โทสิส (Ptosis) คือภาวะของกล้ามเนื้อตาที่ทำงานได้ไม่เต็มที่ เพราะการยืดของกล้ามเนื้อตา ส่งผลให้หนังตาของผู้ป่วยจะตกลงมา หรืออาจจะเกิดการหย่อนยานขึ้นแก่ผู้ป่วย ด้วยเหตุนี้ทำให้ในบางท่านที่ป่วยอาจจะมีลักษณะเหมื่อนคนง่วงนอนอยู่ตลอดเวลา และในบางกรณีผู้ที่ป่วยมีอาการหนัก จะส่งผลต่อการมองเห็นในระยะยาว ซึ่งยิ่งปล่อยทิ้งไว้นานๆก็จะทำให้รักษายากมากอีกด้วย

อาการของ โรคกล้ามเนื้อตาอ่อนแรง โทสิส (Ptosis)

อาการต่างๆที่ถูกพบได้บ่อยจากโรคกล้ามเนื้อตาอ่อนแรง โทสิส (Ptosis) ได้แก่

  • มีอาการตาตก ตาปรือดูไม่สดใส
  • มีเบ้าตาลึกกว่าปกติ
  • มีอาการตาปรือข้างเดียว
  • ผู้ที่ลืมตาลำบาก ดวงตาจะไม่เปิดกว้างเต็มที่
  • ผู้ที่มีปัญหาตาขี้เกียจ (Lazy eye)
  • เลิกคิ้วสูง

การวินิจฉัย โรคกล้ามเนื้อตาอ่อนแรง โทสิส (Ptosis)

การวินิจฉัย โรคกล้ามเนื้อตาอ่อนแรง โทสิส (Ptosis) นั้นจำเป็นต้องให้แพทย์ผู้เชี่ยวชาญเท่านั้นในการทำการวินิจฉัยอย่างละเอียดว่าผู้ที่เข้ารับการรักษาได้ป่วยเป็นโรคกล้ามเนื้อตาอ่อนแรง โทสิส (Ptosis) จริงหรือไม่ เพื่อที่จะได้เลือกวิธีการที่เหมาะสมที่สุดในการแก้ไข้ ดูแล รักษาต่อไป

การรักษา โรคกล้ามเนื้อตาอ่อนแรง โทสิส (Ptosis)

การรักษาสำหรับผู้ที่ป่วยเป็น โรคกล้ามเนื้อตาอ่อนแรง โทสิส (Ptosis) จะทำได้ด้วยการผ่าตัดรักษาเท่านั้น ซึ่งในการผ่าตัดอาจจะมีหลากหลายวิธี ขึ้นอยู่ที่การวินิจฉัยของแพทย์ ว่าในอาการของผู้ป่วยนั้นๆจะเหมาะกับวิธีการผ่าตัดแบบไหน

เนื่องด้วยการผ่าตัดเพื่อรักษาโรคกล้ามเนื้อตาอ่อนแรง โทสิส (Ptosis) นั้นมีหลากหลายแบบ ต่างจากการผ่าตัดตาสองชั้นทั่วๆไป เพราะฉะนั้นแพทย์ที่จะทำการผ่าควรมีความเชี่ยวชาญสูง

2. โรคกล้ามเนื้อตาอ่อนแรง Myasthenia Gravis (MG)

โรคกล้ามเนื้อตาอ่อนแรง Myasthenia Gravis (MG) คือ โรคภูมิคุ้มกันที่ผิดปกติจนไปทำลายส่วนของการรับสัญญาณประสาทตรงกล้ามเนื้อ ส่งผลให้เกิดความรู้สึกอ่อนแรงขึ้น เหตุเพราะตัวผู้ป่วยไม่สามารถรับสัญญาณประสาทในส่วนที่โดนกระตุ้นให้กล้ามเนื้อขยับหรือยืดหดได้ โดยในส่วนของโรค Myasthenia Gravis (MG) จะถูกพบได้ราว 3 รายต่อประชากร 100,000 คน และสามารถเป็นได้ทั้งในวัยเด็ก จนไปถึงผู้สูงวัยก็สามารถป่วยเป็นโรคนี้ได้เช่นกัน

อาการของ โรคกล้ามเนื้อตาอ่อนแรง Myasthenia Gravis (MG)

อาการต่างๆที่ถูกพบได้บ่อยจากโรคกล้ามเนื้อตาอ่อนแรง Myasthenia Gravis (MG) ได้แก่

  • ส่วนของหนังตาจกตกลงมา
  • เห็นภาพซ้อนอยู่บ่อยครั้ง
  • ลืมตาไม่ขึ้น
  • การกรอกตาผิดปกติ
  • บางกรณีอาจตาเหล่ได้

* นอกเหนือจากนี้โรค Myasthenia Gravis (MG) ยังสามารถเกิดได้ทุกส่วนบนร่างกายอีกด้วย

การวินิจฉัย โรคกล้ามเนื้อตาอ่อนแรง Myasthenia Gravis (MG)

ผปหการวินิจฉัยโรคกล้ามเนื้อตาอ่อนแรง Myasthenia Gravis (MG) นั้นสามารถทำได้โดยการตัดชิ้นส่วนของเนื้อส่วนกล้ามเนื้อไปตรวจสอบ หรืออาจจะใช้วิธีการอื่นๆดังนี้

  • การตรวจด้วยสารเทนซิลอน (Tensilon)
  • การตรวจด้วยน้ำแข็ง (ice test)
  • การตรวจด้วยการนอนหลับพักผ่อน (Sleep test)
  • การตรวจด้วยการนำกระแสประสาทจากเส้นประสาท ไปสู่กล้ามเนื้อ (Electromyogram (EMG))

การรักษา โรคกล้ามเนื้อตาอ่อนแรง Myasthenia Gravis (MG)

การรักษาของโรคกล้ามเนื้อตาอ่อนแรง Myasthenia Gravis (MG) แพทย์ผู้เชี่ยวชาญจะเป็นคนกำหนดการรักษาให้ผู้ป่วยเองเพราะในแต่ละคนอาจจะอาการแตกต่างกันออกไป แต่หากให้อธิบายถึงวิธีการรักษา ก็สามารถแบ่งการรักษาออกได้เป็น 2 ประเภทด้วยกัน ได้แก่

  • การรักษาด้วยยา
    • สามารถรักษาได้ด้วยยาที่มีฤทธิ์ลดการทําลายสารสื่อประสาทที่บริเวณรอยต่อระหว่างเส้นประสาทและกล้ามเนื้อ เพื่อช่วยในการลดอาการของกล้ามเนื้ออ่อนแรง
  • การรักษาด้วยการผ่าตัด
    • มีผู้ป่วยจำนวนมาก อาการของโรคสงบลง ได้ด้วยการรักษาด้วยการผ่าตัดต่อมไทมัส แต่การจะผ่าตัดได้นั้นต้องผ่านการตรวจเช็คจากแพทย์ผู้เชี่ยวชาญแล้วเท่านั้น

*ในปัจจุบันยังไม่มีการรักษาโรค (MG) ให้หายขาด อาการของตัวโรคอาจมีอาการดีขึ้นหรือแย่ลงได้ตามแต่ละกรณี

3. โรคกล้ามเนื้อตาอ่อนแรง Asthenopia หรือ Eye strain

โรคกล้ามเนื้อตาอ่อนแรง Asthenopia หรือ Eye strain หรือ ที่เรียกกันบ่อยครั้งว่า โรคกล้ามเนื้อตาล้า จะมีอาการปวดบริเวณดวงตาเวลาที่มองสิ่งต่างในระยะใกล้ บางรายอาจจะมีอาการปวดหัว ตาลาย เพิ่มเข้ามาด้วย โดยโรคกล้ามเนื้อตาล้าสามารถเกิดได้ทุกวัย หากเกิดกับเด็กเล็ก หรือวัยรุ่นก็อาจจะมีสาเหตุมาจากการอ่านหนังสือมาก หรือจต้องมองโทรศัพท์ จอคอมพิวเตอร์ มากจนเกินไป และหากโรคนี้เกิดแก้คนสูงวัย อาจจะมีเหตุผลมาจากช่วงอายุที่มากขึ้น ส่งผลให้กล้ามเนื้อตาใช้งานมามาก และอ่อนแรงลงนั่นเอง

อาการของ โรคกล้ามเนื้อตาอ่อนแรง Asthenopia หรือ Eye strain

อาการต่างๆที่ถูกพบได้บ่อยจากโรคกล้ามเนื้อตาอ่อนแรง Asthenopia หรือ Eye strain ได้แก่

  • รู้สึกปวดเมื่อยกล้ามเนื้อบริเวณตา
  • มีอาการปวดหัว
  • มีอาการปวดตา และตากระตุก
  • บางครั้งมองเห็นภาพซ้อน
  • ระคายเคืองบริเวณรอบดวงตา

การวินิจฉัย โรคกล้ามเนื้อตาอ่อนแรง Asthenopia หรือ Eye strain

การวินิจฉัย โรคกล้ามเนื้อตาอ่อนแรง Asthenopia หรือ Eye strain จะเริ่มจากแพทย์ทำการสอบถามประวัติผู้ป่วย เช่นเดียวกับการวินิจฉัย โรคกล้ามเนื้อตาอ่อนแรง ชนิดอื่นๆ แล้วจึงทำการตรวจสอบดวงตาว่ามีอาการ ตาเหล่ ตาขี้เกียจ หรือภาวะโรคอื่นๆแทรกซ้อนไหม เพื่อที่จะได้ทำการรักษาอย่างถูกต้อง

การรักษา โรคกล้ามเนื้อตาอ่อนแรง Asthenopia หรือ Eye strain

การรักษาของ โรคกล้ามเนื้อตาอ่อนแรง Asthenopia หรือ Eye strain นั้นอาจจะแก้ไขได้โดยการใส่แว่นสายตา หรืออาจจะเปลี่ยนแปลงการใช้ชีวิตประจำวันต่างๆ เช่น ปรับแสงหน้าจอให้พอดีกับสายตา ไม่อ่านหนังสือในขณะกลางคืน ไปจนถึงการบริหารดวงตาตามขั้นตอนที่แพทย์แนะนำ และพักผ่อนสายตาอยู่บ่อยครั้งเพื่อให้ดวงตาไม่ทำงานหนักจนเกินไป

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *