อาการและภาวะแทรกซ้อน ที่อาจพบได้หลังเสริมหน้าอก 6 เดือน

อาการและภาวะแทรกซ้อน ที่อาจพบได้หลังเสริมหน้าอก 6 เดือน

ศัลยกรรมเสริมหน้าอก เป็นการผ่าตัดเพื่อเพิ่มขนาดของเต้านมให้มีขนาดใหญ่ขึ้น จุดประสงค์หลักนอกจากช่วยเสริมให้รูปร่างดูดีขึ้น การผ่าตัดเสริมหน้าอกยังถือเป็นการผ่าตัดใหญ่เพื่อแก้ไขข้อบกพร่องหรือแก้ไขขนาดที่แตกต่างของเต้านมทั้งสองข้าง แก้ไขรูปทรงหน้าอกที่ผิดปกติ ซึ่งอาจจะเป็นแต่กำเนิดหรือเกิดจากการผ่าตัด ซึ่งหลายคนมีข้อสงสัยว่าอาการและภาวะแทรกซ้อนในระยะยาวหรือภายใน 6 เดือน ที่อาจเกิดขึ้นได้มีอะไรบ้าง บทความนี้มีคำตอบมาให้ค่ะ

ศัลยกรรมเสริมหน้าอก และภาวะแทรกซ้อนหลังผ่าตัดเสริมหน้าอก

การผ่าตัดเสริมหน้าอก เป็นการผ่าตัดใหญ่ที่ต้องมีการเปิดแผลเช่นเดียวกับการผ่าตัดใหญ่อื่น ๆ แต่อาจแตกต่างกันที่ ศัลยกรรมเสริมหน้าอกเป็นการผ่าตัดเพื่อเสริมซิลิโคนหรือถุงเต้านมเทียมเข้าไปในร่างกายของคนเรา ซึ่งหลังจากผ่าตัดเสริมหน้าอกทั้งในระยะสั้นและระยะยาวอาจมีอาการหรือภาวะแทรกซ้อนที่เกิดขึ้นได้ แต่จะเกิดมากหรือน้อยและมีลักษณะอย่างไร ขึ้นอยู่กับเทคนิควิธีและแนวทางในการผ่าตัดของแพทย์ ดังนี้

ตำแหน่งแผลผ่าตัดเสริมหน้าอก

ตำแหน่งแผลผ่าตัดเสริมหน้าอก
ตำแหน่งแผลผ่าตัดเสริมหน้าอก
  1. การผ่าตัดเสริมหน้าอกเข้าทางรักแร้ โดยใต้รักแร้สองข้าง เป็นตำแหน่งที่นิยมผ่าตัดมากที่สุดเพราะสามารถซ่อนรอยแผลผ่าตัดได้ดี โอกาสจะเกิดปัญหาเรื่องพังผืดมารัดตัวถุงซิลิโคนจะน้อยลง และเป็นตัวเลือกที่ดีของผู้ที่ต้องการผ่าตัดเสริมหน้าอก เนื่องจากจะมีแผลตามสร้อยของรักแร้ ไม่มีแผลตามร่างกาย แต่ระยะพักฟื้นอาจต้องใช่เวลาและต้องมีคนคอยดูแล เพราะอาจใช้มือหรือแขนได้ไม่สะดวก และจะมีอาการเจ็บประมาณ 1 สัปดาห์
  2. การผ่าตัดเสริมหน้าอกบริเวณปานนม เทคนิควิธีนี้เหมาะสำหรับคนที่มีปัญหาหน้าอกหย่อนคล้อย โดยจะเสริมหน้าอกไปพร้อมกับยกกระชับหน้าอก และมีข้อดีคือแผลผ่าตัดเข้าถึงเต้านมโดยตรงทำให้มีอาการเจ็บน้อยกว่าวิธีอื่น ๆ แต่มีข้อเสียคือทำให้มีรอยแผลที่รอบปานนม
  3. การผ่าตัดเสริมหน้าอกเข้าทางใต้ราวนม ส่วนมากวิธีนี้ใช้ศัลยกรรมให้กับคนที่มาแก้หน้าอกหรือผ่าตัดแก้ไขปัญหาให้คนที่เสริมหน้าอกแล้วมีปัญหานมไม่นิ่มหรือไม่ยืดหยุ่นเป็นธรรมชาติ โดยจะมีแผลผ่าตัดใต้ราวนมยาวประมาณ 3-4 เซนติเมตร และจะมีแผลตลอดชีวิต
  4. การผ่าตัดเสริมหน้าอกผ่านหัวนม เทคนิควิธีนี้มีข้อดีคือ แผลผ่าตัดพุ่งเข้าเต้านมโดยตรงใช้เวลาไม่นานและแผลผ่าตัดไม่ใหญ่ แต่มีข้อเสียคืออาจทำให้มีผลข้างเคียงเช่น เกิดอาการชาได้

สำหรับตำแหน่งแผลผ่าตัดเสริมหน้าอกที่นิยมทำกัน คือการเสริมทางรักแร้ เพราะมีข้อดีคือไม่เห็นรอยแผล เพราะเมื่อแผลหายก็อยู่ในสร้อยของรักแร้ การเสริมหน้าอกให้ดูเป็นธรรมชาติด้วยวิธีนี้ นอกจากขึ้นอยู่กับขนาดของซิลิโคนที่ต้องเลือกให้พอเหมาะแล้ว ยังขึ้นอยู่กับลักษณะของซิลิโคนที่ใช้ หากใช้แบบหยดน้ำก็จะดูเป็นธรรมชาติ รวมทั้งมีอาการและภาวะแทรกซ้อนไม่มาก

การวางซิลิโคนบริเวณหน้าอก

ตำแหน่งการวางซิลิโคนที่ศัลยแพทย์เลือกใช้ ก็เป็นอีกปัจจัยหนึ่งที่อาจทำให้เกิดอาการและภาวะแทรกซ้อนทั้งในระยะสั้นและระยะยาวได้ เพื่อความปลอดภัยศัลยแพทย์จะ มีการวางซิลิโคน 2 แบบ ดังนี้

  1. การวางซิลิโคนใต้กล้ามเนื้อ ตำแหน่งนี้เหมาะกับคนที่ผิวหนังค่อนข้างบาง ไม่ค่อยมีเนื้อนมข้อดีคือหลังเสริมหน้าอกแล้วจะได้เนินอกสวยลาดเอียงเป็นธรรมชาติ
  2. การวางซิลิโคนใต้ตัวเนื้อนม เป็นตำแหน่งที่เหมาะสำหรับคนที่มีเนื้อนมหนาพอสมควรและหน้าอกคล้อยไม่มาก หลังเสริมจะทำให้เต้านมจะชิดกันดูสวยงามขึ้น

ลักษณะอาการและภาวะแทรกซ้อนหลังผ่าตัดเสริมหน้าอก 6 เดือน

ลักษณะอาการและภาวะแทรกซ้อนหลังผ่าตัดเสริมหน้าอก 6 เดือน
ลักษณะอาการและภาวะแทรกซ้อนหลังผ่าตัดเสริมหน้าอก 6 เดือน
  1. ซิลิโคนแตก เป็นภาวะแทรกซ้อนหลังผ่าตัดเสริมหน้าอก ที่เกิดขึ้นได้ 2 กรณี ได้แก่
    • คนไข้หรือผู้ที่ผ่าตัดเสริมหน้าอกแล้วเกิดอุบัติเหตุ หรือโดนของมีคม เกิดจากการนวด การกดทับแรง ๆ
    • ขั้นตอนการใส่ซิลิโคน เช่น ก่อนใส่เปิดเบ้าแล้วอัดซิลิโคนเข้าไปเต็มที่ก็สามารถแตกได้โดยที่แพทย์ไม่รู้ โดยรู้ได้จากภาวะแทรกซ้อนที่ผู้ผ่าตัดจะมีอาการปวด อาการแสบร้อนบริเวณหน่าอก และมีอาการไข้
  2. เกิดรอยแผลเป็น หรือรอยแผลนูน อาการหลังศัลยกรรมเสริมหน้าอกที่เกิดขึ้นหลัง 6 เดือนไปแล้ว หรือเกิดหลังช่วงพักฟื้นรักษาแผลหายแล้วแต่ยังมีรอยนูนหรือเห็นรอยแผลเป็นอย่างชัดเจน วิธีป้องกันการเกิดรอยแผลเป็นโดยเฉพาะแผลนูน ควรนวดบริเวณแผลเป็นพร้อมกับการทายา ซึ่งส่วนใหญ่แพทย์จะให้มา เช่น ฮีลูดอยด์ หรือ สเตียรอยด์ จะช่วยให้แผลแบนและนิ่มลงได้
  3. เกิดพังพืดเต้านมเทียม เนื่องจากร่างกายจะสร้างเนื้อเยื่อห่อหุ้มเต้านมตามปกติ แต่หากเนื้อเยื่อเกิดรัดเต้านมเทียมแน่นจนเกินไปก็จะทำให้เกิดพังพืด แม้ไม่เป็นอันตรายแต่ทำให้ไม่สามารถตรวจหามะเร็งเต้านมด้วยตนเองได้ หรือ ตรวจหามะเร็งด้วยแมมโมแกรมยากกว่าปกติ
  4. หน้าอกสองข้างไม่เท่ากัน โดยธรรมชาติหน้าอกสองข้างมักไม่เท่ากันอยู่แล้ว เมื่อผ่าตัดเสริมหน้าอก ก็จะทำให้หน้าอกที่มีขนาดใหญ่กว่าอีกข้างหนึ่ง มีระดับหัวนมและฐานนมแตกต่างกัน หรือหน้าอกและหัวนมสองข้างระดับไม่เท่ากัน  
  5. อาการผิดปกติของเต้านม เช่น นมและหัวนมบิดเบี้ยว ซิลิโคนอยู่ผิดที่ คลำถุงซิลิโคนได้ชัด ถุงซิลิโคนโป่งผิดที่ ผิวหนังเต้านมไม่เรียบ ดูไม่เป็นธรรมชาติ อาการผิดปกติเหล่านี้เป็นสาเหตุสำคัญทำให้ต้องมีการผ่าตัดแก้ไขเต้านม
  6. มีก้อนที่เต้านม เกิดจากหลอดเลือดดำที่ผิวหนังเต้านมอุดตันอักเสบ หรือที่เรียกว่า Mondor disease ทำให้มีอาการ เจ็บ บวม นอกจากรู้สึกไม่สบาย และรบกวนคุณภาพชีวิตยังอาจเกิดลิ่มเลือดหลุดเข้าเส้นเลือดส่งผลให้เกิดอันตรายร้ายแรงได้ แต่ปัญหานี้พบได้ไม่บ่อยนัก
  7. มีการผ่าตัดใหม่ เนื่องจากไม่พึงพอใจกับผลลัพธ์ของการผ่าตัดเสริมหน้าอก เพราะไม่เป็นไปตามความคาดหวัง ทำให้ต้องมีการผ่าตัดเปลี่ยนซิลิโคนใหม่
  8. เกิดภาวะอักเสบแบบเรื้อรังของหน้าอก ในที่ได้รับการผ่าตัดเพื่อเสริมหน้าอกด้วยซิลิโคน อาจมีการอักเสบแบบเฉียบพลันแล้วกลายเป็นการอักเสบแบบเรื้อรัง ซึ่งเกิดจากปฏิกิริยาที่ร่างกายต่อต้านทำซิลิโคนประเภทนั้น ๆ จนเกิดการสร้างพังผืดเพื่อเกาะรัดซิลิโคนก่อให้เกิดการผิดรูปของหน้าอก หรือเกิดการอักเสบจนทำให้มีน้ำเหลืองไหลออกมาในช่องซิลิโคนแบบเป็น ๆหาย ๆ
  9. การเกิดน้ำเหลืองคั่งในช่องซิลิโคนหลังการผ่าตัดไปแล้วเป็นเวลานาน มักเกิดกับซิลิโคนเต้านมประเภทผิวทราย ที่อาจเกิดจากการเสียดสีของผิวทรายเรื้อรังทำให้เกิดภาวะการอักเสบเรื้อรังของเนื้อเยื่อและอาจจะนำไปสู่การเกิดมะเร็งต่อมน้ำเหลืองกลุ่ม BIA-ALCL
  10. เต้านมห่าง  โดยสามารถสังเกตได้ว่าเต้านมทั้งสองข้างอยู่ห่างกันจนเห็นได้ชัด และเห็นรอยซิลิโคนชัดเจน อาจเกิดได้หลากหลายสาเหตุ เช่น เนื้อบริเวณเต้านมน้อยทำให้เกิดนมห่างได้ บริเวณที่ใส่ซิลิโคนนั้นอยู่ห่างเกินไป หรือโครงสร้างของกระดูกส่งผลให้เต้านมห่างได้
  11. นมแฝด เกิดจากการที่เต้านมทั้งสองข้างเกิดการชิดกันมากเกินไป เนื่องจากฐานเต้าทั้งสองข้างเชื่อมติดกันและไม่มีกล้ามเนื้อบริเวณกลางอกที่แบ่งเต้านม อาจมีสาเหตุมาจาก ซิลิโคนที่เลือกทำศัลยกรรมมีขนาดใหญ่เกินไป การเลือกใส่ซิลิโคนเสริมหน้าอกบริเวณเหนือกล้ามเนื้อ หรืออาจเกิดจากการนวดหลังจากเสริมหน้าอกอย่างรุนแรง
  12. อาการชา อาจเกิดขึ้นได้เนื่องจากการผ่าตัดเสริมหน้าอกและไปโดนเส้นประสาทภายในจึงทำให้เกิดอาการชาหลังจากการผ่าตัด ซึ่งอาการชาอาจค่อยๆ หายไปได้เองแต่อาจต้องใช้เวลา

วิธีหลีกเลี่ยงอันตราย ลดการเกิดภาวะแทรกซ้อนจากการผ่าตัดเสริมหน้าอก

วิธีหลีกเลี่ยงอันตราย ลดการเกิดภาวะแทรกซ้อนจากการผ่าตัดเสริมหน้าอก
  1. ผู้สูงอายุที่มีมีโรคประจำตัว เช่น โรคซีด เบาหวาน ความดันโลหิตสูง โรคหัวใจ ภูมิแพ้ หอบหืดไม่ควรผ่าตัดเสริมหน้าอก
  2. ในการผ่าตัดเสริมหน้าอก ควรศึกษาข้อมูลรวมทั้งเลือกชนิดของซิลิโคนที่มีคุณภาพ ได้มาตรฐาน ถุงซิลิโคน สามารถทนต่อแรงกดบีบ ยืดขยายตัวได้ดี โอกาสซึมหรือรั่วต่ำ ของเหลวที่บรรจุในถุงเป็นซิลิโคนเหลว หรือน้ำเกลือที่มีการรับประกัน ไม่ควรเลือกที่ราคาถูก แต่คุณภาพต่ำ เพราะอาจเกิดภาวะแทรกซ้อนที่เป็นอันตรายได้
  3. ศึกษาข้อมูลคลินิกหรือสถานพยาบาล ที่จดทะเบียนถูกต้องตามกฎหมาย สะอาด ปลอดภัย มีอุปกรณ์ช่วยชีวิต มีบุคลากร ครบพร้อม
  4. เลือกแพทย์หรือศัลยแพทย์ที่มีฝีมือ มีประสบการณ์ มีความชำนาญ หรือมีความเชี่ยวชาญด้านนี้โดยเฉพาะ

ความมั่นใจในการศัลยกรรมเสริมหน้าอก

การผ่าตัดเสริมหน้าอก เป็นศัลยกรรมความที่ได้รับความนิยมเป็นอย่างมาก โดยสถาบันการแพทย์จากประเทศสหรัฐอเมริกา (IOM= Institute of Medicine) ได้ทำการศึกษาวิจัย เรื่องผลกระทบต่อสุขภาพ ของการเสริมหน้าอก ส่งผลให้มั่นใจได้ว่าการผ่าตัดเสริมหน้าอกที่ถูกต้องและได้มาตรฐาน ไม่ส่งผลกระทบและเป็นอันตรายต่อคุณภาพชีวิต สรุปจากจากผลงานการวิจัย ดังนี้

  1. ซิลิโคนที่มีคุณภาพที่ใช้เสริมนม ไม่ก่อให้เกิดผลเสียต่อสุขภาพโดยทั่วไป
  2. การศึกษาทางวิทยาภูมิคุ้มกัน จากข้อมูลที่มีอยู่ในปัจจุบัน ยังไม่พบว่าซิลิโคนก่อให้เกิดการเปลี่ยนแปลงในภูมิคุ้มกัน
  3. การผ่าตัดเสริมหน้าอกด้วยซิลิโคนหรือถุงเต้านมเทียม ผลจากการศึกษาวิจัยไม่มีการเพิ่มขึ้นของมะเร็งเต้านม
  4. ไม่มีหลักฐานว่า ระดับซิลิโคนที่เพิ่มในน้ำนมแม่เสริมนมจะมีอันตรายทั้งระยะสั้นระยะยาวต่อทารกและไม่ลดปริมาณน้ำนม ดังนั้นแม่เสริมนมควรให้นมลูกได้
  5. สำหรับอันตรายระยาวต่อเด็กที่ดื่มนมแม่ที่มีการผ่าตัดเสริมหน้าอกด้วยซิลิโคน ปัจจุบันยังไม่มีหลักฐานเพียงพอ

สรุป การผ่าตัดเสริมหน้าอก เป็นศัลยกรรมเพื่อความงามอย่างหนึ่ง จุดประสงค์หลัก ๆ ก็เพื่อให้มีรูปร่างสวยงาม มีส่วนเว้าส่วนโค้งที่สมส่วน แต่เนื่องจากการศัลยกรรมเสริมหน้าอก เป็นการผ่าตัดใหญ่ที่ต้องนำสิ่งแปลกปลอมเข้าไปในร่างกายของคนเรา  อาการและภาวะแทรกซ้อนต่าง ๆ จึงอาจเกิดขึ้นได้ทั้งในระยะพักฟื้นและในระยะยาว การเลือกคลินิกที่มีชื่อเสียงเป็นที่ยอมรับ มีศัลยแพทย์ที่มีฝีมือ มีประสบการณ์และมีความเชี่ยวชาญโดยเฉพาะ นอกจากปลอดภัยจากภาวะแทรกซ้อนที่เป็นอันตรายต่าง ๆ แล้ว ยังทำให้ได้หน้าอกที่ได้ขนาดและได้รูปทรงสวยงามตอบโจทย์ความต้องการอีกด้วย

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *