อาการชา และรอยเขียวช้ำหลังเสริมหน้าอก เกิดจากอะไร

อาการชา และรอยเขียวช้ำหลังเสริมหน้าอก เกิดจากอะไร

ศัลยกรรมเสริมหน้าอก เป็นการผ่าตัดที่ต้องดูแลและเตรียมความพร้อมของร่างกายตั้งแต่ก่อนผ่าตัดและยังต้องดูแลตนเองหลังผ่าตัดเป็นอย่างดี เพื่อป้องกันภาวะแทรกซ้อนที่อาจเกิดขึ้นได้ เนื่องจากเป็นการผ่าตัดใหญ่ที่ต้องใช้เวลาพักฟื้นอย่างน้อย 1-2 เดือนจึงจะกลับมาทำกิจกรรมได้ตามปกติ อาการชา และรอยเขียวช้ำเป็นอาการหนึ่งที่เกิดขึ้นได้หลังศัลยกรรมเสริมหน้าอก สาเหตุเกิดจากอะไร บทความนี้มีความรู้มาแนะนำค่ะ

อาการและผลข้างเคียงหลังผ่าตัดเสริมหน้าอก

อาการและผลข้างเคียงหลังผ่าตัดเสริมหน้าอก
อาการและผลข้างเคียงหลังผ่าตัดเสริมหน้าอก

หลังผ่าตัดเสริมหน้าอก จะมีอาการและผลข้างเคียงที่เกิดจากการศัลยกรรมทั้งในระยะสั้นที่อยู่ในช่วงพักฟื้นและอาการในระยะยาว เมื่อมีอาการเกิดขึ้นหลายคนมักกังวลว่าอาการแบบไหนกันแน่ที่ผิดปกติ และกังวลเกรงจะส่งผลต่อรูปทรงของเต้านม ซึ่งอาการและผลข้างเคียงที่เกิดขึ้นหลังผ่าตัดเสริมหน้าอกของแต่ละคนอาจแตกต่างกันไป ที่พบได้บ่อยมี ดังนี้

  1. มีอาการปวดและแผลบวม ซึ่งเป็นอาการปกติหลังการผ่าตัดทุกชนิด เพราะเมื่อเนื้อเยื่อได้ถูกกระทำก็จะทำให้มีอาการปวดบวมได้ โดยทั่วไปอาการเหล่านี้จะค่อย ๆ ดีขึ้นในช่วง 2 สัปดาห์หลังการผ่าตัด และคุณหมออาจสั่งยากลุ่ม Arnica ให้กินเพื่อช่วยลดอาการบวม
  2. ในบางคนอาจมีเลือดหรือของเหลวอื่น ๆ ไหลออกมาจากรอยแผลผ่าตัด หากมีอาการในช่วง 1-3 วันแรกหลังผ่าตัด ถือเป็นอาการปกติที่อาจเกิดขึ้นได้และจะค่อย ๆ ดีขึ้น กรณีมีเลือดออกมากผิดปกติ ควรปรึกษาแพทย์ผู้ทำการรักษา
  3. มีอาการคลื่นไส้อาเจียน เป็นอาการที่อาจเกิดขึ้นในบางคนเท่านั้น เป็นผลข้างเคียงที่เกิดจากการดมยาสลบ แพทย์อาจให้กินยาลดอาเจียนก็สามารถช่วยให้ผู้ที่มีอาการเหล่านี้ดีขึ้น
  4. อาการคันบริเวณแผลผ่าตัด เป็นอาการปกติของแผลผ่าตัดทุกชนิด เนื่องจากการกระทบกระเทือนของเส้นประสาทรับความรู้สึก มักเกิดขึ้นในช่วงสัปดาห์ที่ 2 หลังการผ่าตัดและจะดีขึ้นเองภายใน 1-2 สัปดาห์
  5. อาการคันบริเวณรอบ ๆ เต้านม เกิดจากการที่ผิวหนังตึงเพราะมีการเสริมซิลิโคนหรือเต้านมเทียมเข้าไป ทำให้ผิวหนังบริเวณหน้าอกตึงใสจากการบวมและจากยาชาที่ฉีดขณะที่ทำการผ่าตัด และโดยทั่วไป อาการบวมตึงจะลดลงภายใน 2-3 สัปดาห์ ผิวหนังบริเวณนั้นจะดูปกติและเป็นธรรมชาติ เพื่อบรรเทาอาการคันและลดอาการตึงของผิวหนัง สามารถใช้โลชั่นทาผิวเพื่อลดอาการตึงแต่อย่าให้ถูกแผลผ่าตัด รวมทั้งใช้วิธีประคบเย็นก็ช่วยให้อาการดีขึ้นได้
  6. อาการหัวนมหรือบริเวณเต้านมไวต่อความรู้สึก หรือมีความรู้สึกลดน้อยลง ซึ่งอาการจะแตกต่างกันในแต่ละบุคคล อาจเกิดจากปลายประสาทได้รับความเสียหาย โดยปกติอาการหัวนมหรือบริเวณเต้านมไวต่อความรู้สึก และในบางคนอาจความรู้สึกลดน้อยลง ไม่ใช่อาการที่น่ากังวลใจ เพราะส่วนใหญ่จะค่อยๆ ดีขึ้นจนหายได้เอง
  7. มีอาการปวดร้าวที่แขนหลังผ่าตัดเสริมหน้าอก ปกติอาการปวดจากการผ่าตัดเสริมหน้าอกอาจแตกต่างกันไปตามภาวะของแต่ละบุคคล และขึ้นอยู่กับตำแหน่งของแผลผ่าตัด เช่น
    •  การผ่าตัดใต้กล้ามเนื้อจะมีอาการปวดมากกว่าเหนือกล้ามเนื้อ
    • แผลผ่าตัดที่อยู่บริเวณรักแร้จะทำให้ปวดมากกว่าแผลที่อยู่ที่หัวนมหรือใต้ราวนม
    • ส่วนวิธีดูแลเมื่อมีอาการปวดร้าวที่แขนหลังผ่าตัดเสริมหน้าอก ในช่วงนอนพักฟื้นที่โรงพยาบาลแพทย์อาจใช้ยากลุ่ม มอร์ฟีน เพื่อระงับอาการปวด และช่วงพักฟื้นที่บ้านสามารถใช้ยาแก้ปวดกลุ่มพาราเซตามอล ร่วมกับยาแก้ปวดอื่นได้ โดยทั่วไปอาการปวดจะดีขึ้นในช่วง 2-3 วัน นอกจากนั้นอาจแกไขโดยการประคบน้ำอุ่นร่วมกับการกินยาแก้ปวดและงดการเคลื่อนไหวที่รุนแรง
  8. มีอาการเจ็บแปลบๆ ในบางตำแหน่ง อาการเหล่านี้อาจเกิดขึ้นได้หลังศัลยกรรมเสริมหน้าอก เนื่องจากการผ่าตัดอาจกระทบกระเทือนเส้นประสาทรับความรู้สึก หากมีเพียงอาการเจ็บแปลบ ๆ หลังจากพักฟื้นอาการเหล่านี้จะค่อย ๆ ดีขึ้น แต่กรณีที่มีอาการปวดและมีการบวมแดงหรือเขียวช้ำควรกลับมาให้แพทย์ตรวจโดยทันที
  9. เกิดรอยแผลเป็นหรือรอยแผลเป็นนูน ศัลยกรรมเสริมหน้าอกอาจทำให้เกิดรอยแผลเป็นได้แต่ในบางรายหลังผ่าตัดเสริมหน้าอกแล้วอาจเกิดแผลเป็นนูนที่เห็นริ้วรอยได้อย่างชัดเจน การแก้ไขรอย แผลเป็นทำได้หลายวิธีแพทย์อาจแนะนำยาที่ช่วยลดปัญหาแผลเป็น เช่น วิตามิน E ฮีลูดอยด์ สเตียรอยด์ รวมทั้งการนวดบริเวณแผลเป็น ก็เป็นแนวทางหนึ่งที่จะช่วยให้แผลนิ่มและแบนลง ช่วยป้องกันการเกิดแผลเป็นที่เป็นรอยนูนได้
  10. อาการอัดอัดและแน่นหน้าอก หลังศัลยกรรมเสริมหน้าอกเมื่อผ่านระยะพักฟื้นหรือแผลเริ่มหายดี และสามารถกลับไปใช้ชีวิตได้ตามปกติ แต่บางคนอาจรู้สึกอึดอัดแน่นหน้าอก อาการเหล่านี้เกิดขึ้นได้เนื่องจากยังไม่ชินกับซิลิโคน
  11. ผิวหนังบริเวณหน้าอกมีรอยเหี่ยวย่น ปัญหานี้มักเกิดกับคนที่มีรูปร่างอ้วนหรือน้ำหนักตัวเกินมาตรฐาน เมื่อผ่าตัดเสริมหน้าอกแล้วมีน้ำหนักลดลงอย่างรวดเร็ว หรือมีการลดน้ำหนัก เมื่อเวลาผ่านไปผิวหนังบริเวณหน้าอกอาจมีรอยเหี่ยวย่นมากกว่าปกติ แม้จะเอาซิลิโคนหรือเต้านมเทียมออกก็ไม่สามารถช่วยได้
  12. ขนาดหน้าอกไม่เท่ากัน โดยทั่วไปเต้านมข้างซ้ายและข้างขวาจะมีรูปร่างแตกต่างกันเสมอตั้งแต่ก่อนผ่าตัด หลังการผ่าตัด การหายของแผลแต่ละข้างก็จะแตกต่างกันโดยที่ข้างหนึ่งเจ็บแต่อีกข้างหนึ่งจะไม่รู้สึกเจ็บ หรือข้างหนึ่งอาจบวมกว่าอีกข้างหนึ่ง แต่หลังจากแผลหายสนิทแล้วทั้งสองข้างจะดูใกล้เคียงกันและเป็นธรรมชาติ
อาการชาหลังเสริมหน้าอก เกิดจากอะไร

อาการชาหลังเสริมหน้าอก เกิดจากอะไร

อาการชาหลังเสริมหน้าอก ก็เป็นอีกภาวะหนึ่งที่เกิดขึ้นได้ลักษณะการชาคือจะรู้สึกชาที่หัวนม ซึ่งอาการในแต่ละบุคคลก็จะแตกต่างกันออกไป ผู้ที่ผ่าตัดเสริมหน้าอกบางรายอาจมีอาการชาที่หัวนมเพียงข้างเดียวในขณะที่บางคนมีอาการชาทั้งสองข้าง โดยอาการเหล่านี้เป็นภาวะที่เกิดการยืดขยาย เกิดการบาดเจ็บและการบอบช้ำต่อเส้นประสาทที่มาเลี้ยงความรู้สึกของหัวนม ซึ่งเป็นภาวะแทรกซ้อนอย่างหนึ่งของการทำศัลยกรรมเสริมหน้าอก แต่ไม่เป็นอันตรายต่อท่อน้ำนมหรือส่วนอื่น ๆ และอาการมักดีขึ้นเองลักษณะและอาการชาที่หัวนม

อาการชาหัวนมที่เกิดขึ้นชั่วคราว

  • หลังศัลยกรรมเสริมหน้าอกอาจเกิดอาการชาที่หัวนมหรือบริเวณเต้านมได้ แต่เป็นอาการที่เกิดขึ้นไม่นานและสามารถหายเป็นปกติได้เมื่อพักฟื้นอย่างเพียงพอ ส่วนสาเหตุหลัก ๆ เกิดจากการกระทบกระเทือนเส้นประสาทที่อยู่ใกล้เคียงกันซึ่งเกิดขึ้นจากการผ่าตัดแต่เส้นประสาทเหล่านั้นสามารถเชื่อมต่อกันได้เอง
  • อาการชาหัวนมถาวร อาการเหล่านี้จะมีลักษณการชาที่หัวนมหรือบริเวณเต้านมเช่นเดียวกับอาการที่เกิดขึ้นชั่วคราว แต่อาการชาจะไม่หายไปและจะเป็นอย่างถาวร เนื่องจากขณะผ่าตัดเสริมหน้าอก เกิดการกระทบกระเทือนเส้นประสาทที่แยกห่างออกจากกันมาก จนไม่สามารถเชื่อมต่อกันได้เอง

อาการชาที่หัวนมเกิดจากสาเหตุใดได้บ้าง

อาการชาหัวนมหรือชาบริเวณเต้านมที่เกิดขึ้นหลังจากผ่าตัดเสริมหน้าอก ทั้งเกิดขึ้นชั่วคราวสามารถหายได้เองหลังจากพักฟื้นอย่างเพียงพอ และอาการชาหัวนมถาวร นอกจากมีสาเหตุหลัก ๆ มาจากการกระทบกระเทือนของเส้นประสาทที่อยู่ใกล้เคียงกันและแยกห่างออกจากกันมาก ๆ แล้ว ยังมีโอกาสเกิดขึ้นได้จากหลายสาเหตุ ดังนี้

  • การเสริมซิลิโคนหรือเต้านมเทียมที่มีขนาดใหญ่เกินไป
  • เกิดจากการผ่าตัดที่ส่งผลกระทบกระเทือนต่อเส้นประสาทที่มาเลี้ยงหัวนม
  • เกิดจากการผ่าตัดเสริมซิลิโคนเข้าทางปานนม
  • เกิดจากการผ่าตัดเสริมซิลิโคนในตำแหน่งเหนือกล้ามเนื้อ

อาการชาหัวนมมีวิธีดูแลรักษาหรือไม่

สำหรับการดูแลรักษาอาการชาที่หัวนม เมื่ออาการชาเริ่มดีขึ้นหรือความรู้สึกของหัวนมเริ่มกลับมาในระยะแรก ๆ ยังอาจมีอาการเจ็บหรือไวต่อความรู้สึกมากกว่าปกติ การดูแลรักษาให้ใช้แผ่นเจลปิดหัวนมเอาไว้เพื่อช่วยลดการสัมผัส ส่วนระยะเวลาในการรักษาหรือมีโอกาสรักษาหายหรือไม่นั้น ขึ้นอยู่กับลักษณะการชา ดังนี้

  • อาการชาที่หัวนมซึ่งเกิดขึ้นชั่วคราวหากพักฟื้นและปฏิบัติตัวตามคำแนะนำของแพทย์อย่างเคร่งครัด อาการชาที่หัวนมจะค่อย ๆ ดีขึ้นเองภายใน 2-3 เดือน
  • ในส่วนอาการชาหัวนมที่เกิดขึ้นถาวร หัวนมจะชาไปตลอดชีวิตแต่อาการเหล่านี้อาจเกิดขึ้นเพียงร้อยละ 10 ของคนที่ทำศัลยกรรมเสริมหน้าอกเท่านั้น

วิธีป้องกันอาการชาที่หัวนม

  • ป้องกันโดยพิจารณาจากสาเหตุ เช่น เลือกเสริมด้วยซิลิโคนชนิดที่ได้มาตรฐาน และมีขนาดเหมาะสมกับรูปร่าง โดยเฉลี่ยผู้หญิงไทยมีขนาดหน้าอกอยู่ที่ 280 ถึง 320 ซีซี
  • เลือกคลินิกหรือโรงพยาบาลที่ได้มาตรฐาน มีผู้เชี่ยวชาญค่อยให้คำแนะนำปรึกษาทั้งก่อนและหลังการผ่าตัดเสริมหน้าอก
  •  เลือกแพทย์หรือศัลยแพทย์ที่มีความเชี่ยวชาญและประสบการณ์ในการผ่าตัดเสริมหน้าอกโดยเฉพาะ

รอยเขียวช้ำหลังเสริมหน้าอก อันตรายหรือไม่

หลังผ่าตัดเสริมหน้าอก จะมีอาการและผลข้างเคียงทั้งที่ไม่เป็นอันตรายสามารถหายได้เอง และอาการหลังผ่าตัดเสริมหน้าอกที่ต้องระมัดระวัง เพราะอาจเป็นภาวะแทรกซ้อนที่เกิดจากการติดเชื้อและต้องรีบไปพบแพทย์ การเกิดรอยเขียวช้ำหลังเสริมหน้าอก ถือเป็นภาวะหนึ่งที่พบได้เนื่องจากการศัลยกรรมเสริมหน้าอกเป็นการผ่าตัดที่ทำให้เนื้อเยื่อกระทบกระเทือนและได้รับบาดเจ็บ ซึ่งสภาพร่างกายแต่ละคนไม่เหมือนกัน ลักษณะอาการจะมีการตอบสนองที่แตกต่างกัน ดังนี้

  • รอยเขียวช้ำหรือมีอาการบวมที่แผลผ่าตัดในระยะ 1-2 วันแรกหลังผ่าตัด จะมีอาการบวมแดง และหลังผ่าตัดในวันที่ 3-4 จะเริ่มมีรอยเขียวช้ำ
  • ในคนที่ผ่าตัดเสริมหน้าอก ที่บริเวณรักแร้จะมีอาการเขียวที่รักแร้ ในวันที่ 3-4 อาการเขียวจะลดลง
  • โดยทั่วไปอาการเขียวที่หน้าอกหรือบริเวณแผลผ่าตัดจะหายไปในวันที่ 7 -10
  • สำหรับบริเวณหน้าอกระยะแรก ๆ หลังจากผ่าตัดเสริมหน้าอก จะมีอาการบวมอย่างเดียว ส่วนรอยเขียวช้ำ จะเริ่มที่ฐานนม ในสัปดาห์ที่ 2- และอาการจะเริ่มลดลงในสัปดาห์ที่ 3
  • ปกติรอยเขียวช้ำหลังเสริมหน้าอก จะพบได้บ้างแต่ไม่มาก หากมีลักษณะเขียวช้ำมาก ๆ ควรติดต่อแพทย์โดยทันทีเพราะอาจมีเลือดค้างข้างในมากผิดปกติ

วิธีดูแลอาการเขียวช้ำจากการศัลยกรรมเสริมหน้าอก

วิธีดูแลอาการเขียวช้ำจากการศัลยกรรมเสริมหน้าอก ทำได้หลายวิธี เช่น

  • ใช้น้ำอุ่นประคบบริเวณที่มีรอยเขียว จะช่วยให้อาการเขียวช้ำหายเร็วขึ้น แต่ไม่ประคบอาการเขียวก็สามารถหายได้เองแต่อาจใช้เวลานาน
  • ประคบอุ่นเมื่อครบ 1 สัปดาห์ เพราะความร้อนจากการประคบอุ่นจะช่วยให้เส้นเลือด
  • ขยายตัวรับการดูดซึมกลับของสารน้ำต่าง ๆ ที่ค้างอยู่ในเนื้อเยื่อที่บวมได้ง่ายขึ้น
  • เลือกรับประทานอาหารช่วยลดบวม อาหารที่ให้วิตามินเอ แร่ธาตุ ใยอาหาร และธาตุเหล็กประเภท ฟักทอง สาหร่าย ใบบัวบก หรือถั่วดำ ช่วยปรับอุณหภูมิร่างกายให้อบอุ่น ลดอาการบวมช้ำ แถมยังช่วยบำรุงโลหิต ขจัดสารพิษในร่างกาย และลดการติดเชื้อได้อีกด้วย

สำหรับแผลผ่าตัดไม่ว่าจะเป็นการผ่าตัดเสริมหน้าอกหรือแผลผ่าตัดอื่น ๆ ต้องได้รับการดูแลอย่างดีและลักษณะของแผลผ่าตัดก็จะแตกต่างกันไปตามเทคนิควิธีของศัลยแพทย์ อาการชาและรอยเขียวช้ำหลังเสริมหน้าอก เป็นภาวะที่พบได้ซึ่งกระบวนการรักษาแผลผ่าตัดเพื่อลดอาการบวม ชา และเขียวช้ำ ศัลยแพทย์ที่ทำหน้าที่ผ่าตัดจะให้คำแนะนำในการดูแลตนเองเป็นอย่างดี เพียงดูแลตนเองตามคำแนะนำของแพทย์ควบคู่ไปกับการพักฟื้น ก็สามารถป้องกันภาวะแทรกซ้อนที่อาจเกิดขึ้นได้ และยังทำให้ได้หน้าอกที่สวยได้รูปทรงตามขนาดที่ต้องการ

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *