ดวงตา คืออวัยวะสำคัญที่ช่วยในเรื่องการมองเห็น การดูแลสุขภาพตาจึงนอกจากการมองเห็นที่ชัดเจนแล้ว ยังรวมไปถึงการมีโครงสร้างของดวงตาที่สมบูรณ์ด้วย เชื่อว่าหลายคนเคยมีข้อสงสัยว่า 

“ทำไมบางคนดวงตาไม่สดใส ดูตาปรือ ตาง่วงนอนตลอดเวลา ทำตาสองชั้นมาก็ไม่ดีขึ้น”

ปัญหานี้เกิดจากอะไร เกี่ยวข้องกับอาการกล้ามเนื้อตาอ่อนแรง (Ptosis) หรือไม่ บทความนี้หมอยุ้ย Jaremclinic มีคำตอบ ค่ะ

กล้ามเนื้อตาอ่อนแรง (Ptosis)

Ptosis คือ คำเรียกอาการของผู้ที่มีภาวะเปลือกตาหย่อน หนังตาตก หรือตาปรือ อาการนี้อาจแย่ลงตามระยะเวลาที่ตื่น เช่นเมื่อเวลาผ่านไปตาก็จะปรือมากขึ้นในช่วงเวลาของแต่ละวัน หรือตาปรือเท่าเดิมตลอดทั้งวัน ซึ่งอาการจะเป็นมากน้อยต่างกันไป และดวงตาสามารถปรือเพียงข้างเดียวหรือเป็นทั้งสองข้างพร้อมกันได้

สาเหตุของการเกิดกล้ามเนื้อตาอ่อนแรง

กล้ามเนื้อตาอ่อนแรง คือ ภาวะกล้ามเนื้อตาทำงานไม่เต็มที่ เนื่องจากการทำงานของดวงตา เช่น การลืมตา หรือกระพริบตาแต่ละครั้งต้องทำงานร่วมกัน 3 ส่วน ระหว่างเปลือกตา เส้นประสาท และ กล้ามเนื้อตา เมื่อกล้ามเนื้อตามีปัญหาหรือมีอาการอ่อนแรง ก็จะส่งผลให้การทำงานทั้ง 3 ส่วนไม่สัมพันธ์กันหรือกล้ามเนื้อตาทำงานไม่เต็มาที่จนทำให้มีอาการตาปรือนั่นเอง

ประเภทของอาการกล้ามเนื้อตาอ่อนแรง

อาการกล้ามเนื้อตาอ่อนแรง สามารถแบ่งอาการออกเป็น 2 ประเภท ได้แก่ กล้ามเนื้อตาอ่อนแรงแต่กำเนิด และกล้ามเนื้อตาอ่อนแรงที่มาเป็นภายหลัง ซึ่งทั้ง 2 ประเภทมีลักษณะและสาเหตุที่แตกต่างกัน ดังนี้

  1. กล้ามเนื้อตาอ่อนแรงแต่กำเนิด Congenital Ptosis
    กล้ามเนื้อตาอ่อนแรงที่มีอาการมาตั้งแต่เด็ก จะพบว่าเด็กมีอาการตาปรือมาตั้งแต่กำเนิด หากไม่ได้รับการรักษาอาการจะเป็นมากขึ้นเรื่อย ๆ ตามอายุที่มากขึ้น สาเหตุส่วนใหญ่เกิดจากความผิดปกติของกล้ามเนื้อตาที่ใช้ในการเปิดปิดตา เกิดจากภาวะทางพันธุกรรม หรืออาจเกิดจากความผิดปกติของระบบประสาทที่เกี่ยวข้องกับกล้ามเนื้อตา ทำให้มีปัญหาทางสายตาร่วมด้วย ถ้าไม่ได้รับการรักษา การมองเห็นจะไม่ชัด เกิดภาวะตาขี้เกียจได้ (Lazy eye) การรักษาด้วยวิธีผ่าตัดสามารถทำได้แต่ยากกว่าภาวะอื่น ๆ
  2. กล้ามเนื้อตาอ่อนแรงที่เป็นมาภายหลัง Acquire Ptosis
    กล้ามเนื้อตาอ่อนแรงที่เป็นมาภายหลัง เกิดจากอายุที่เพิ่มมากขึ้น จะเริ่มมีอาการเมื่อเข้าสู่วัยรุ่นหรือช่วงวัยทำงาน ลักษณะจะมีอาการหนังตาหย่อนคล้อย มีไขมันสะสมบริเวณเปลือกตา สาเหตุเกิดจากการใช้ชีวิตทำให้กล้ามเนื้อตาโดนยืดขยาย ทั้งการขยี้ตาแรงๆบ่อย ๆ ใช้คอนแทกเลนส์ ใช้สายตาหน้าจอ TV จอคอมพิวเตอร์เป็นระยะเวลานาน นอนดึก ฯลฯ หรือรวมทั้งการบาดเจ็บกล้ามเนื้อตาจากการผ่าตัดตาสองชั้นทั่วไป การขยี้ตาแรง ๆ การเช็ดเครื่องสำอางแบบรุนแรง ทำให้เกิดการยืดขยายของกล้ามเนื้อบริเวณเปลือกตาได้

การตรวจหา และวิธีการรักษาภาวะหนังตาตก

การตรวจหาและการรักษาภาวะหนังตาตกสามารถเกิดขึ้นได้ในหลายกรณี ในเบื้องต้นอาจสังเกตจากระดับของหนังตาส่วนบนทั้ง 2 ข้างของดวงตา ว่ามีความเท่ากันไหม และมีส่วนของหนังตาต่ำมาจนคลุมส่วนของตาดำมากเกินทั่วไปหรือไม่ หรือในบางคนที่ต้องการความมั่นใจว่ามีอาการหนังตาตกหรือไม้ ก็ควรเข้าพบแพทย์เพื่อทำการวินิจฉัยได้โดยตรง อ่านเพิ่มเติมได้จาก คณะแพทยศาสตร์ มหาลัยเชียงใหม่ cmu.ac.th

ภาพตัวอย่างกล้ามเนื้อตาอ่อนแรงแต่กำเนิด และหลังผ่าตัดแก้ไข

ภาพกล้ามเนื้อตาอ่อนแรงที่เป็นมาภายหลัง และหลังผ่าตัดแก้ไข

ลักษณะกล้ามเนื้อตาอ่อนแรงแบบต่าง ๆ

  1. ตาปรือ : สองข้างไม่เท่ากัน เป็นกล้ามเนื้อตาอ่อนแรงทั้งสองข้าง สังเกตุจากเปลือกตาบนลงมาปิดขอบตาดำบนไม่เท่ากัน
  2. กล้ามเนื้อตาอ่อนแรงข้างเดียว : มีอาการตาปรือข้างเดียวชัดเจน
  3. กล้ามเนื้อตาอ่อนแรงในคนเบ้าตาลึก
  4. ผ่าตัดแล้วยังไม่หาย : เป็นกล้ามเนื้อตาอ่อนแรงอยู่แล้วแต่ไปผ่าตัดตาสองชั้นธรรมดาทำให้อาการตาปรือเป็นมากขึ้น

ถ้าเป็นกล้ามเนื้อตาอ่อนแรงแต่ไปผ่าตัดตาสองชั้นธรรมดาจะเกิดอะไรขึ้น

กล้ามเนื้อตาอ่อนแรง เป็นภาวะที่วินิจฉัยได้ยาก มีหลายลักษณะ การผ่าตัดรักษาก็มีวิธีหลากหลาย และเป็นการผ่าตัดที่ละเอียด หากแพทย์ไม่สามารถวินิจฉัยได้ หรือไม่มีความเชี่ยวชาญในการผ่าตัดรักษากล้ามเนื้อตา แล้วผ่าตัดตาสองชั้นธรรมดา มีความเสี่ยงที่จะทำให้กล้ามเนื้อตา บาดเจ็บ กล้ามเนื้อตาอ่อนแรงมากกว่าเดิม ชั้นตาพับหลายชั้น และแก้ไขภายหลังยากมากขึ้น

กล้ามเนื้อตาอ่อนแรงรักษาอย่างไร?

การรักษาต้องผ่าตัดรักษาเท่านั้นกับแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ การผ่าตัดจะใช้วิธีเย็บตรึงกล้ามเนื้อตาด้วยความตึงแตกต่างกันในแต่ละข้างเพราะส่วนใหญ่แล้วกล้ามเนื้อตาจะหย่อนคล้อยไม่เท่ากัน ถ้าแพทย์เย็บด้วยความตึงเท่ากันจะทำให้ชั้นตาไม่เท่ากันอยู่ดี

รีวิวการแก้ไขกล้ามเนื้อตาอ่อนแรง

รีวิวรักษากล้ามเนื้อตาอ่อนแรง จากตาปรือเป็นตาโตสวยใส by หมอยุ้ยจาเรม

ถาม-ตอบ เรื่องแก้ไขกล้ามเนื้อตากับหมอยุ้ย

พญ ณัฏธยาน์ สินประเสริฐกูล หมอยุ้ย
จักษุแพทย์เฉพาะทาง Jarem clinic คุณหมอนอกเหนือจากเป็นจักษุแพทย์แล้วยังได้ วุฒิบัตรเฉพาะทาง “รอบดวงตา” ( Occuloplastic )จากวิทยาลัยจักษุแพทย์แห่งประเทศไทยอีกด้วย เพราะฉะนั้นผู้มี หรือ สงสัยภาวะ “กล้ามเนื้อตาอ่อนแรง” จึงมั่นใจการวินิจฉัย ผ่าตัดรักษาได้ คุณหมอยุ้ยนอกเหนือจากรักษากล้ามเนื้อตาอ่อนแรงให้ดวงตากลับมาเป็นปกติแล้ว ยังคำนึงถึงความสวยงามของดวงตาอีกด้วย

ด้วยความปรารถนาดีจาก หมอยุ้ย พญ ณัฏธยาน์ สินประเสริฐกูล จักษุแพทย์เฉพาะทางที่ได้รับการรองรับจากวิทยาลัยจักษุแพทย์แห่งประเทศไทย

คำถามที่พบบ่อย

กล้ามเนื้อตาอ่อนแรงมีกี่ประเภท?

หลักๆ แล้วกล้ามเนื้อตาอ่อนแรงจะแบ่งออกเป็น 2 ประเภท ได้แก่

1. เป็นมาแต่กำเนิด ในคนกลุ่มนี้จะมีหนังตาตกตั้งแต่เด็กๆและต้องรีบแก้ไข ไม่อย่างนั้นอาจมองอีกฝั่งหนึ่งไม่ชัด และมีการผ่าตัดที่ยุ่งยาก เนื่องจากต้องแก้ไขกล้ามเนื้อตาส่วนที่ตก หากไม่แก้ไขโดยด่วนอาจเกิดปัญหา “ตาขี้เกียจ” ตามมาได้

2. เป็นในภายหลัง เกิดได้จากหลายสาเหตุ ส่วนใหญ่ปัญหานี้พบมากในคนที่มีอายุมากขึ้น รวมถึงการใช้ชีวิตของเราเอง เพราะเมื่ออายุมากขึ้น กล้ามเนื้อตาจะยิ่งถูกยืด หรือเกิดจากการเช็ดเครื่องสำอาง การใส่คอนแทคเลนส์ การใส่บิ๊กอาย การขยี้ตาบ่อยๆ ซึ่งอาจทำให้ตาปรือ

“การผ่าตัดแก้ไขกล้ามเนื้อตาอ่อนแรง” กับ “การผ่าตัดตาสองชั้น” ต่างกันอย่างไร?

การทำตาสองชั้นเป็นแค่การกำหนดชั้นตาใหม่ ไม่ได้ยุ่งกับกล้ามเนื้อตา แต่การผ่าตัดแก้ไขกล้ามเนื้อตานั้นต้องแก้ไขภายในกล้ามเนื้อที่ใช้ในการลืมตาให้เปิดมากขึ้น การผ่าตัดจึงยุ่งยากและซับซ้อนยิ่งกว่า เพื่อยกกล้ามเนื้อให้ได้รูปใหม่ หลังจากนั้นก็ทำการกำหนดตาสองชั้นให้ชั้นตาสวยได้รูป

ถ้าคนที่มีปัญหากล้ามเนื้อตาอ่อนแรงไปทำตาสองชั้นจะเกิดอะไรขึ้น?

การทำตาสองชั้นจะไม่ตอบโจทย์สำหรับคนที่กล้ามเนื้อตาอ่อนแรง เพราะเป็นการแก้ไขที่ปลายเหตุ หลังจากทำตาสองชั้น ตาก็จะยังคงปรือและดูง่วง ไม่สดใสอยู่ดี จะได้เพียงแค่ชั้นตาสองชั้นมา และสุดท้ายก็ต้องมาแก้ไขกล้ามเนื้อตาอีกครั้ง ดังนั้นแนะนำให้ผ่าตัดกล้ามเนื้อตาไปเลยดีกว่า เพราะผ่าตัดแค่ครั้งเดียวก็จบเลย คือเป็นการแก้ไขทั้งกล้ามเนื้อตาและชั้นตาไปพร้อมๆกัน

ถ้าชอบชั้นตาเดิมอยู่แล้ว การผ่าตัดกล้ามเนื้อตาอ่อนแรงจะมีผลต่อชั้นตาเดิมหรือไม่?

ส่วนมากเวลาผ่าตัดกล้ามเนื้อตาอ่อนแรงหมอต้องรื้อโครงสร้างตาใหม่ทั้งหมด จึงต้องทำชั้นตาใหม่อยู่แล้ว ซึ่งถ้าคนไข้ชอบชั้นตาเดิม หมอก็จะทำชั้นตาให้ใกล้เคียงกับของเดิมมากที่สุด ตาทั้งสองข้างก็จะดูสมดุลสวยเหมือนๆกัน

การผ่าตัดของเคสที่เป็นกล้ามเนื้อตาอ่อนแรงแต่กำเนิดและเป็นในภายหลัง ต่างกันอย่างไร?

เคสกล้ามเนื้อตาอ่อนแรงตั้งแต่กำเนิดจะซับซ้อนยิ่งกว่า เพราะคนไข้จะไม่มีกล้ามเนื้อเลย การผ่าตัดจึงยากและซับซ้อนกว่าคนที่เป็นภายหลัง เพราะคนกลุ่มนี้กล้ามเนื้อจะโตตามวัยปกติ และหมอจะผ่าตัดเพื่อทำให้กล้ามเนื้อนั้นแข็งแรงขึ้น เปิดตาได้มากขึ้นเท่านั้น

การผ่าตัดกล้ามเนื้อตาอ่อนแรงใช้ระยะเวลาเท่าไหร่?

การผ่าตัดกล้ามเนื้อตาอ่อนแรงจะซับซ้อนและต้องใช้ความชำนาญมากกว่าการทำศัลยกรรมตาสองชั้น จึงจะใช้เวลา 2-3 ชั่วโมง เพื่อทำให้ชั้นตาดูใกล้เคียงกันมากที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้ แต่สำหรับการทำตาสองชั้นปกติจะใช้เวลาเพียงประมาณ 1-1.30 ชั่วโมง

ค่าใช้จ่ายในการผ่าตัดแก้ไขกล้ามเนื้อตาอ่อนแรง ประมาณเท่าไหร่?

ราคาผ่าตัดแก้ไขกล้ามเนื้อตาอ่อนแรงนั้น ขึ้นอยู่กับปัญหาของตัวคนไข้เอง และค่าใช้จ่ายของเคสที่เป็นแต่กำเนิดและเป็นในภายหลังก็จะแตกต่างกัน แนะนำให้มาพูดคุยและปรึกษากับคุณหมอเพื่อประเมินอาการก่อน

หลังจากผ่าตัดกล้ามเนื้อตาอ่อนแรง ชั้นตาจะอยู่ได้นานแค่ไหน?

โดยส่วนมากระยะเวลาของชั้นตาจะขึ้นอยู่กับการใช้ชีวิตของเราเอง การผ่าตัดจะทำให้ชั้นตาอยู่ได้นาน แต่เราไม่สามารถหยุดเวลาได้ ตัวเราก็จะแก่ลงเรื่อยๆ กล้ามเนื้อตาก็ถูกใช้ไปเรื่อยๆ ถ้ากล้ามเนื้อตาถูกยืดออกเรื่อยๆ ก็อาจกลับมาเป็นเหมือนเดิมใหม่ได้เช่นกัน จึงขึ้นอยู่กับวิธีการดูแลของเราด้วย ถ้าดูแลดี เป็น 10 ปี ตาก็ยังสวยสดใสเหมือนเดิมได้เช่นกัน

ศึกษาหัวข้ออะไรดีค่ะ... ซ่อนหัวข้อ
กล้ามเนื้อตาอ่อนแรง คืออะไร และวิธีรักษาทำได้อย่างไร