ผ่าตัดถุงใต้ตา (Lower Blepharoplastry)

ปัญหาถุงใต้ตาที่บวมขึ้นมา เป็นปัญหาที่เกิดขึ้นได้ในทุกเพศทุกวัย และเกิดได้จากหลายสาเหตุ ถึงแม้ปัญหานี้จะไม่ได้ส่งผลกระทบรุนแรงต่อสุขภาพ แต่ก็สร้างความอ่อนล้าให้กับใบหน้า ทำให้ใบหน้าดูโทรม แก่กว่าวัย จนหลายคนที่พบเจอกับปัญหานี้เกิดความกังวลใจ ขาดความมั่นใจ หากปล่อยทิ้งไว้เป็นเวลานานก็อาจทำให้ปัญหานี้ลุกลามจนแก้ไขได้ยาก

 

ประเภทของการเกิดถุงใต้ตา

ถุงใต้ตาจะมีอยู่ 2 ลักษณะด้วยกัน คือ “ถุงใต้ตาเทียม” และ “ถุงใต้ตาแท้”

1. ถุงใต้ตาเทียม

เกิดจากพฤติกรรมต่างๆที่ทำให้ถุงใต้ตาบวมขึ้นมาในระยะเวลาหนึ่งและหายไปได้เอง เช่น การร้องไห้ การพักผ่อนน้อย ผู้ที่มีความเครียดสูง ผู้ที่ใช้สายตามากเกินไป ขยี้ตาแรงๆบ่อยๆ หรือเช็ดคราบเครื่องสำอางแรงเกินไป รวมถึงการดื่มเหล้าจัด สูบบุหรี่จัด เป็นต้น

2. ถุงใต้ตาแท้

เกิดจากการที่ผนังกั้นเปลือกตาล่างอ่อนแอลง ทำให้ไขมันที่อยู่ในบริเวณตาเกิดการยื่นหรือหย่อนออกมาทำให้เกิดเป็นลักษณะถุงเกิดขึ้น

สาเหตุที่พบได้บ่อยและไม่ได้มาจากกรรมพันธุ์ก็คือ ความเสื่อมของผิวหนังตามกาลเวลา และความหย่อนคล้อยของผนังกั้นเปลือกตาล่าง อันเนื่องมาจากเนื้อเยื่อที่รองรับถุงไขมันเกิดการหย่อนตัวลงตามวัยที่เพิ่มขึ้น หรือ เกิดจากภูมิแพ้ หรือกรรมพันธุ์ เป็นต้น

 

การรักษาถุงใต้ตา

การรักษาก็คือ การปรับเปลี่ยนพฤติกรรมด้วยการดูแลตัวเอง เช่น พักผ่อนให้เพียงพอ ไม่ขยี้ตาแรงๆ เช็ดคราบเครื่องสำอางอย่างเบามือ งดการดื่มเหล้าและสูบบุหรี่ หลีกเลี่ยงแสงแดด ควรดื่มน้ำมากๆ และไม่ใช้สายตามากเกินไป ใช้การประคบเย็นช่วยลดอาการบวม หรือใช้ครีมสำหรับทาใต้ตาเพื่อช่วยลดอาการบวมหรือลดรอยคล้ำใต้ตา เป็นต้น ซึ่งอาการดังกล่าวก็จะค่อยๆดีขึ้นและหายได้เอง

วิธีการรักษาถุงใต้ตาแท้

การรักษาจะยากขึ้น เพราะการดูแลตัวเองก็ไม่สามารถช่วยให้อาการลดลงได้ การรักษาถุงใต้ตาแท้มีหลายวิธี ได้แก่

1. การผ่าตัดถุงใต้ตาแท้

โดยการเก็บไขมันและผิวหนังส่วนเกินออก วิธีนี้จะสามารถช่วยทำให้ใบหน้าดูอ่อนเยาว์ลงและดูไม่เหนื่อยล้า โดยวิธีผ่าตัดมี 2 วิธีด้วยกันคือ

  • ผ่าตัดผ่านทางเยื่อบุตา (transconjunctiva lower blepharoplasty) เหมาะกับผู้ที่มีไขมันเกินแต่ยังไม่มีผิวใต้ตาหย่อนคล้อย โดยวิธีนี้แพทย์จะผ่าตัดผ่านทางเยื่อบุแผลด้านในตา ข้อดีคือ ไม่มีแผลผ่าตัดบริเวณภายนอก
  • ผ่าตัดผ่านผิวหนัง (subcutaneous lower blepharoplasty) วิธีนี้เหมาะกับผู้ที่มีถุงไขมันใต้ตามากและมีผิวใต้ตาหย่อนคล้อย แผลจะอยู่ชิดกับขอบตาล่าง

โดยไม่ว่าจะทำการผ่าตัดด้วยวิธีไหนการนำไขมันออกในปริมาณที่เหมาะสมร่วมกับการย้ายไขมันในตำแหน่งบริเวณใต้ตา เพื่อทำให้ขอบตาล่างดูเต็ม และไม่เป็นร่องลึกใต้ตา ซึ่งเป็นวิธีที่ดีที่สุดที่ใช้รักษากันอยู่ในขณะนี้

2. การฉีดสารเติมเต็มไปที่บริเวณร่องใต้ตา (filler)

3. การกระชับผิวด้วยเลเซอร์

วิธีเหล่านี้ก็เป็นเพียงวิธีที่ช่วยลดอาการบวมของถุงใต้ตาได้ในระดับหนึ่งเท่านั้น ไม่ได้ช่วยรักษาโดยตรง ถ้าหากในรายที่เป็นมากก็ต้องใช้วิธีการผ่าตัดถุงใต้ตา เพื่อนำไขมัน ของเหลว และผิวหนังส่วนเกินใต้ตาที่หย่อนคล้อยออก ผู้ที่มีปัญหาควรปรึกษากับจักษุแพทย์เฉพาะทาง เพื่อการรักษาที่ปลอดภัยและได้ผลดี

ด้วยความทันสมัยทั้งอุปกรณ์ต่างๆในปัจจุบัน และแพทย์ผู้เชี่ยวชาญที่ทำการผ่าตัดจะทำให้ความปลอดภัยในการรักษาถุงใต้ตาเยอะมากขึ้น เพราะฉะนั้นขอให้อุ่นใจเอาไว้ว่าการผ่าตัดถุงใต้ตาสามารถรักษาได้ หรือหากยังไม่มั่นใจก็สามารถเข้ารับชมคลิปวิดีโอจาก รศ. พญ. กมุทนาถ จันทร์ประภาพ ที่พูดถึงการรักษาถุงใต้ตาอย่างไรให้ปลอดภัยได้ที่ 

ภาวะแทรกซ้อนที่อาจเกิดจากการผ่าตัดถุงใต้ตา

ผมขอบอกไว้ก่อนเลยว่าภาวะแทรกซ้อนนั้นเป็นสิ่งที่อาจเกิดขึ้นได้กับการศัลยกรรมทุกประเภท และยังมีโอกาสในการเกิดที่น้อยมาก ยิ่งหากเป็นผู้ที่รับการผ่าตัดจากแพทย์ผู้เชี่ยวชาญแล้วด้วยนั้นโอกาสในการเกิดก็ยิ่งน้อยลงไป เพราะฉะนั้นอย่าตื่นตกใจเกินไป

โดยภาวะแทรกซ้อนที่อาจเกิดจากการผ่าตัดถุงใต้ตา จะมีดังนี้

  • บริเวณขอบตาล่างปริ้นออก : เป็นปัญหาที่เกิดจากการตัดผิวหนังใต้ตามากเกินไปส่งผลให้เกิดการดึงรั้ง ทำให้เห็นขอบตาล่าง ซึ่งสามารถแก้ได้ด้วยการนวดคลึงดวงตา แต่หากมีอาการรุนแรงก็จำเป็นต้องทำการนำผิวหนังส่วนอื่นมาปิดแทน
  • มีแผลเป็นที่เห็นได้ชัด : เกิดจากการที่กรีดผิวหนังดึงขอบตาล่างมากเกินไป หรือแพทย์คำนวนการเย็บปิดแผลไม่ดี จนทำให้ส่วนของแผลเลยขอบมากเกินไป ส่งผลให้เห็นรอยแผล
  • น้ำตาไหลไม่หยุด : เป็นภาวะแทรกซ้อนที่เกิดรุนแรงที่สุด แต่เกิดขึ้นน้อยครั้งที่สุดเช่นเดียวกัน ภาวะนี้จะเกิดขึ้นเมื่อแพทย์ผู้ทำการผ่าถุงใต้ตาพลาดไปโดนท่อน้ำตาเข้า ทำให้ส่วนของท่อน้ำตาบาดเจ็บส่งผลให้น้ำตาจะไหลออกมาเรื่อยๆ ต้องทำการผ่าตัดรักษาอย่างเร่งด่วน

https://www.youtube.com/watch?v=KgdnDUD9m_w

สาเหตุในการเกิดถุงใต้ตา

ถุงใต้ตา คือ การที่ส่วนของผนังกั้นบริเวณเปลือกตาส่วนล่างอ่อนแรงลง จนทำให้ส่วนของเนื้อเยื่อที่มีหน้าที่คอยพยุงไขมันเอาไว้หย่อนตัว หรือหย่อนยาน ส่งผลให้เกิดเป็นถุงใต้ตาขึ้นมา

สำหรับสาเหตุในการเกิดถุงใต้ตาจะมีเกิดได้จากหลากหลายปัจจัย แต่ส่วนใหญ่จะเกิดขึ้นกับการใช้ชีวิตประจำวันของแต่คน ดังต่อไปนี้

  • มีภาวะเครียด และการใช้สายตาหนัก
  • พักผ่อนไม่เพียงพอ
  • ทำงานหนัก มีอาการเหนื่อยล้ามาก
  • เกิดจากอาการก่อนมีประจำเดือน
  • ขยี้ตาแรงๆ หรือเช็ดเครื่องสำอางบริเวณใต้ตาแรงเกิน
  • ดื่มแอลกอฮอล์ และสูบบุหรี่เป็นประจำ
  • อายุที่เพิ่มมากขึ้น
  • ขาดการดูแลบริเวณรอบดวงเป็นระยะเวลานาน
  • เกิดจากโรคภูมิแพ้
  • ร้องไห้บ่อยครั้ง

วิธีลดอาการถุงใต้ตาด้วยตัวเอง

วิธีลดอาการของถุงใต้ตา ด้วยตัวเอง

ดื่มน้ำให้เพียงพอ

การดื่มน้ำที่สะอาดนั้นจำเป็นต้องมีปริมาณที่เพียงพอต่อร่างกายด้วย เนื่องจากหากได้รับน้ำเข้าสู่ร่างกายที่ไม่เพียงพอก็จะส่งผลให้มีการสะสมน้ำบริเวณถุงใต้ตามากขึ้น จึงทำให้บริเวณถุงใต้ตาจะมีขนาดที่ใหญ่ขึ้น ส่วนสาเหตุนั้นเกิดมาจากการที่ร่างกายการขาดน้ำ หรือได้รับปริมาณน้ำที่น้อยกว่าที่ควร จะทำให้ร่างกายต้องทำการสะสมน้ำในร่างกายเพิ่มขึ้นเพื่อเจือจางความเป็นกรดและด่าง ให้อยู่ในค่ามาตราฐานนั่นเอง โดยเบื้องต้นควรดื่มน้ำวันละ 7-8 แก้วก็จะช่วยลดขนาดของถุงใต้ตาลงได้

พักผ่อนให้เพียงพอ

การพักผ่อนให้เพียงพอถือเป็นพื้นฐานในการดูแลสุขภาพตัวเองที่ทุกท่านควรทำ เพราะการพักผ่อนจะส่งผลโดยตรงต่อการฟื้นฟูร่างกาย หากได้รับการพักผ่อนที่ไม่เพียงพอจะส่งต่อการทำงานของต่อมไร้ท่อ และทำให้อาการถุงใต้ตารุนแรงมากขึ้น

โดยสามารถสังเกตอาการว่าพักผ่อนเพียงพอได้ด้วยตัวเองเวลาตื่นนอน หากเกิดอาการอ่อนเพลียอยู่จะแสดงว่ายังพักผ่อนไม่เพียงพอ แถมช่วงระยะเวลาในการนอนก็ส่งผลต่อสุขภาพด้วย ซึ่งเวลาที่ควรนอนพักผ่อนที่สุดจะอยู่ในช่วง 24.00 – 01.30 น. เพราะเป็นช่วงที่ร่างกายจะหลั่งสารโกรท ฮอร์โมน ( Growth Hormone ) ที่มีหน้าที่ในการช่วยซ่อมแซมเซล์ระบบการทำงานของร่างกายนั่นเอง

ลดการใช้สายตาที่ไม่จำเป็น

การใช้สายตาที่มากเกินไปจะทำให้เกิดอาการตาล้าได้ ซึ่งจะส่งผลให้ถุงใต้ตามีขนาดที่ใหญ่ขึ้น นอกจากนี้การใช้สายตามากจนเกินไปยังส่งผลต่อสุขภาพของดวงตาในระยะยาวอีกด้วย

ขอแนะนำหากจำเป็นต้องใช้สายตาจ้องไปที่อะไรนานเช่น หน้าจอคอมพิวเตอร์ โทรศัพท์มือถือ หนังสือและอื่นๆ ควรจะต้องพักสายตาทุกๆ 2 ชั่วโมง ครั้งละ 15 – 20 นาที เพื่อที่ช่วยลดอาการความเหนื่อยล้าของกล้ามเนื้อรอบดวงตา ทำให้ถนอมสายตาทั้งยังจะช่วยให้ถุงใต้ตาไม่ขยายใหญ่มากขึ้นกว่าเดิมอีกด้วย

คอยประคบเย็นบริเวณรอบดวงตา

การประคบเย็นจะช่วยให้กระชับถุงไขมันใต้ตาให้มีขนาดที่เล็กลง และยังทำการช่วยขับของเหลวที่อยู่ภายในของถุงตาออกมาได้ โดยการประคบเย็นสามารถทำได้งายๆด้วยการนำถุงน้ำแข้ง เจลเย็น หรือผ้าชุบน้ำเย็นก็สามารถนำมาประคบบริเวณถุงใต้ตานั่นเอง

นอกจากนี้การประคบเย็น ยังสามารถดัดแปลงนำผลไม้แช่เย็น ชนิดต่างๆ เช่น แตงกวา มะเขือเทศ นำมาวางไว้บนเบ้าตาทั้งสองข้าง และปล่อยทิ้งไว้ประ 20 นาที จะช่วยลดขนาดของถุงใต้ตาให้เล็กลงได้ ทั้งยังสามารถป้องกันการเกิดของถุงใต้ตาสำหรับผู้ที่ยังไม่ได้เป็นได้อีกด้วย

บำรุงด้วยครีมรอบดวงตา

ปัจจุบันครีมบํารุงรอบดวงตามีให้เลือกหลากหลายชนิดตามความเหมาะสมของแต่ละคน ซึ่งสามารถช่วยลดขนาด และการเกิดของถุงใต้ตาได้ แต่ควรศึกษาข้อมูลต่างๆให้ดีก่อนเริ่มใช้ เพราะบริเวณรอบดวงนั้นบอบบาง และการใช้ครีมมาทาบริเวณรอบดวงตาจะมีความเสี่ยงในการเกิดอาการระคายเคือง หรือแพ้ได้

*สุดท้ายเมื่ออายุขัยที่มากขึ้นครีมต่างก็อาจจะไม่ได้ช่วยมากนัก นอกจากจะทำได้เพียงชะลออาการของถุงใต้ตา ซึ่งในกรณีที่มีอาการบวมโตของถุงใต้ตามาก แนะนำให้ทำการเข้ารับการผ่าตัดเพื่อรักษาจะเป็นการดีกว่าใช้ครีมบำรุง

หยุดสูบบุหรี่

ผู้ที่สูบบุหรี่มักจะมีขนาดถุงใต้ตาที่ใหญ่กว่าคนทั่วไป เหตุมาจากการที่ตัวบุหรี่มีสารต่างๆจำพวก นิโคติน ไฮโดรเจนไซยาไนด์คาร์บอนไดซัลไฟด์ ไนตริคออกไซด์และอื่นๆ ซึ่งสารเหล่านี้ล้วนแล้วแต่มีคุณสมบัติในการทำให้ผนังของเส้นเลือดหนามากขึ้น และเมื่อมีความหนามากขึ้นจะทำให้ของเหลวไม่สามารถไหลผ่านได้ ส่งผลให้เกิดการสะสมของเหลวที่จะนำไปสู่การเกิดถุงใต้ตาได้

วิธีดูแลหลังเข้ารับการผ่าตัดถุงใต้ตา

  • ช่วง 2-3 วันแรก ควรประคบเย็นบริเวณรอบดวงตาด้วยผ้าเย็น หรือเจลเย็น จะช่วยให้
  • ลดอาการบวมแดง และช่วยให้หายเร็วยิ่งขึ้น
  • เวลานอนให้ยกหัวสูงขึ้น โดยการหนุนหมอนเพิ่มในช่วง 2 สัปดาห์แรก
  • ห้ามให้แผลโดนน้ำ 7 วัน หรือจนกว่าจะตัดไหม
  • งดอาหารของแสลงต่างๆ จนกว่าจะตัดไหมออก
  • คอยดูแลแผลให้แห้ง และสะอาด เพื่อลดอาการอักเสบและภาวะแทรกซ้อนอื่นๆ
  • งดใช้เครื่องสำอางบริเวณใกล้รอบดวงตา หรือใกล้แผลจนกว่าแผลจะหายสนิท
  • รับประทานยา และทำตามคำแนะนำของแพทย์ ให้ครบถ้วน

ถุงใต้ตา กับวิธีรักษา ไม่อยากหน้าแก่ก่อนวัย

คำถามที่พบได้บ่อย ถุงใต้ตา

ถุงใต้ตาเกิดจากอะไร

คือจริงๆแล้วคนจะสงสัยว่าถุงใต้ตามาจากไหน ถุงใต้ตาจริงๆแล้ว มันเกิดจากไขมันที่มันอยู่ในตาเรา จริงๆแล้วไขมันในตาเรามันมีอยู่ตั้งแต่ก่อนแล้ว เพียงแต่ว่าเมื่อเราอายุเยอะขึ้น หนังที่อยู่ด้านหน้ามันหย่อนตัวลงร่วมกับเอ็นที่อยู่ด้านล่างมันขึงตัวแน่น ทำให้มันเกิดเป็นถุงยื่นออกมาบริเวณด้านหน้าของตาเรา

ถุงใต้ตาแบบไหนที่ควรจะรักษา

จริงๆแล้วในเรื่องของถุงใต้ตานะคะ แบบไหนที่ควรจะรักษา หมอจะแนะนำว่าคนไหนที่มีความกังวลในเรื่องของความสวยงามก็ให้เข้ามาทำการรักษา ส่วนใครที่ยังไม่ได้รู้สึกว่าเดือดร้อนอะไรกับมันมากก็ยังไม่ต้องทำการรักษา ณ ตอนนี้ก็ได้ค่ะ เพราะว่าจริงๆแล้วมันไม่ใช่เป็นเรื่องเร่งด่วนอะไร

ครีมที่ใช้ทาถุงใต้ตาช่วยลดถุงใต้ตาบวมได้จริงไหม

ตัวครีมที่เราใช้กันอยู่ว่าครีมลดรอยหรือว่าครีมในเรื่องของการกระชับผิวรอบดวงตาค่ะ ในส่วนนี้มันจะช่วยเพิ่มการฟื้นฟูในเรื่องคอลลาเจนในบริเวณผิวหนังที่อยู่ด้านหน้าของตัวไขมันอันนี้ให้มันแข็งแรงขึ้น แต่เมื่อระยะเวลาผ่านไป แม้ว่าจะครีมหรือว่าอะไรผิวหนังเราก็จะมีการบางตัวลง แม้ว่าจะใช้ครีมก็อาจจะไม่ได้ช่วยอะไรมากเท่าไหร่ค่ะเพียงแต่ว่ามันจะช่วยชะลอในการเกิดมากกว่าในรายที่เป็นมากๆ และมีความกังวลก็แนะนำให้ผ่าตัดค่ะ

การผ่าตัดถุงใต้ตามีกี่แบบ แต่ละแบบแตกต่างกันอย่างไร

โดยการผ่าตัดถุงใต้ตาจะมีอยู่ 2 วิธีด้วยกันค่ะ วิธีแรกเป็นการผ่าตัดด้านใน ซึ่งวิธีนี้มักจะเหมาะกับคนอายุน้อย ก็คือเราจะลงแผลผ่าตัดบริเวณด้านในและเอาก้อนไขมันออก โดยวิธีนี้ข้อดีของมันคือเราสามารถซ่อนแผลผ่าตัดได้ วิธีที่สองจะเป็นแผลผ่าตัดบริเวณภายนอก ข้อดีของอันนี้นะคะคือเราสามารถเก็บผิวหนังที่เกินได้และยังเอาไขมันส่วนที่เกินออก ในบางคนมีภาวะเอ็นตาล่างหย่อน เราก็จะสามารถยกกระชับเอ็นตาล่างนี้ให้กลับไปเป็นเหมือนวัยหนุ่มสาวที่เราเคยเป็นเหมือนสมัยก่อนได้ ก็คือจะทำให้ตัวใต้ตาล่างยกกระชับได้มากยิ่งขึ้น

ภาวะแทรกซ้อนในการผ่าตัดถุงใต้ตามีอะไรบ้าง

ภาวะแทรกซ้อนที่เกิดจากการผ่าตัดถุงใต้ตานะคะ อันที่หนึ่งที่คนกลัวกันมากที่สุดเลยก็คือ หนังตาล่างปลิ้น หนังตาล่างปลิ้นจะเกิดจากสาเหตุอะไรได้บ้าง อันที่หนึ่งอาจจะตัดผิวหนังบริเวณด้านนอกเยอะเกินไปทำให้มันมีการดึงรั้งบริเวณด้านนอกทำให้หนังตาล่างปลิ้นได้ อันที่สองคนไข้มีภาวะเอ็นตาล่างหย่อนอยู่แล้ว แล้วคุณหมออาจจะไม่ได้ตรวจเช็ก ทำให้เมื่อเราผ่าตัดกันไป หนังตาล่างก็เลยแบะออกมา อันที่สาม คนไข้อาจจะมีภาวะที่ตาล่างแบะอยู่แล้วเล็กน้อย แต่ว่าคนไข้ไม่ได้รู้สึกตัว พอหลังจากทำเสร็จก็เลยทำให้อาการอันนี้เป็นมากขึ้นได้ค่ะ ข้อที่สองก็คือการที่เราเอาไขมันออกมากเกินไปจะทำให้ตาเราดูลึก โบ๋ ดูมีอายุมากกว่าวัยค่ะ ในข้อนี้ข้อควรระวังคือ เราควรจะเอาไขมันออกในปริมาณที่พอดี ถ้าเอาออกเยอะเกินไปก็อาจจะทำให้เกิดภาวะตาโบ๋เกิดขึ้นได้ ข้อสามคือเป็นภาวะที่ท่อน้ำตามีการฉีกขาดหรือว่าโดนตัดโดยบังเอิญ เป็นภาวะที่ค่อนข้างอันตราย ซึ่งในภาวะแทรกซ้อนอันนี้เกิดขึ้นได้น้อยมากค่ะ แต่ว่าไม่ใช่ว่ามันจะไม่เกิดเพราะฉะนั้นต้องอาศัยจักษุแพทย์เฉพาะทางจริงๆค่ะ ข้อที่สี่นะคะ ก็คือถ้าเกิดเราลงแผลผ่าตัดบริเวณภายนอกตรงนี้ ถ้าเราลงห่างจากระยะขนตามากเกินไปก็จะทำให้เห็นรอยแผลเป็นที่ชัดเจนมากขึ้น เพราะฉะนั้นแผลของหมอก็จะอยู่ค่อนข้างชิดกับขนตาเพื่อซ่อนรอยแผลเป็นให้ได้มากที่สุด

ร่องใต้ตาแก้ไขได้ไหม

ในคนไข้ที่มีร่องลึกบริเวณรอบดวงตา ในกรณีนี้หมอจะทำการย้ายไขมันบางส่วนเพื่อมารองร่องลึกตรงนี้ให้ตื้นขึ้น ก็จะทำให้ร่องตรงนี้ ตำแหน่งนี้ดูตื้นขึ้นได้

ทําศัลยกรรมผ่าตัดถุงใต้ตาเจ็บหรือไม่

ก่อนที่จะเริ่มผ่าตัดแพทย์จะทำการหยอดยาชาลงไปในตาก่อน แล้วจึงค่อยเริ่มฉีดยาชาเป็นจุดบริเวณเปลือกตาอีกที เพราะฉะนั้นจะไม่เกิดอาการเจ็บอย่างแน่นอน

หลังได้รับการผ่าตัดถุงใต้ตา จะกลับมาเป็นอีกได้ไหม

โดยส่วนใหญ่นั้นจะไม่เกิดขึ้นอีกเพราะไขมันในส่วนที่ถูกนำออกไปจากการผ่าตัดถุงใต้ตานั้นจะไม่กลับมาอีก แต้่อาจจะมีบางกรณีที่ผู้ป่วยมีไขมันที่มากทั้งในส่วนของตาบน และตาล่างอาจจะทำให้ไขมันกลับมาบ้างแต่ก็ไม่ต้องกังวลไปเพราะสามารถผ่าตัดซ้ำใหม่ได้ แถทในกรณีนี้ยังเกิดขึ้นได้น้อยครั้งอีกด้วย

ในบางท่านที่ได้รับการผ่าตัดถุงใต้ตาไปแล้วพบว่ามีอาการปูด หรือนูนขึ้นของขอบตาล่างนั้น จะไม่ใช่การเกิดขึ้นใหม่ของถุงใต้ตา แต่ปัญหาเหล่านี้จะเกิดขึ้นเพราะกล้ามเนื้อตาอ่อนแรงที่สามารถเกิดได้ตามอายุขัยที่มากขึ้นนั่นเอง

การพักผ่อนไม่เพียงพอก่อให้เกิดถุงใต้ตาใช่ไหม

ใช่แล้ว การพักผ่อนที่ไม่เพียงพอจะทำให้ร่างกายได้รับการฟื้นฟูที่ไม่มากพอ ส่งผลให้เกิดถุงใต้ตาได้ และในกรณีผู้ที่มีถุงใต้ตาอยู่แล้วนั้น การพักผ่อนไม่เพียงพอก็ยังทำให้ถุงใต้ตามีขนาดที่ใหญ่ขึ้นกว่าเดิมอีกด้วย

โดยช่วงระยะเวลาในการพักผ่อนขอแนะนำให้อยู่ในช่วงของ 24.00 – 01.30 น. เพราะเป็นช่วงที่ร่างกายจะหลั่งสารโกรท ฮอร์โมน ( Growth Hormone ) ที่มีหน้าที่ในการช่วยซ่อมแซมเซล์ระบบการทำงานของร่างกาย

ผู้สูงอายุสามารถเข้ารับการผ่าตัดถุงใต้ตาได้ไหม

ทำได้แน่นอนถ้าหากมีร่างกายที่แข็งแรงสมบูรณ์ และไม่ได้ป่วย หรือมีภาวะต้องห้าม ซึ่งหากสงสัย หรือมีถามก็สามารถติดต่อเข้ารับคำปรึกษาจากแพทย์โดยตรงก่อนเข้ารับการผ่าตัดถุงใต้ตาได้

หลังได้รับการผ่าตัดถุงใต้ตา กี่วันแผลถึงหาย

ทั่วไปแล้วหลังจากได้รับการผ่าตัดแพทย์จะทำการนัดวันเพื่อตัดไหมโดยประมาณ 1 สัปดาห์ หลังผ่าตัด ต่อจากนั้นอาจจะมีอาการบวมอยู่ประมาณ 2 อาทิตย์ ไปจนถึง 1 เดือน ขึ้นอยู่ที่การดูแล และสภาพร่างกายของแต่ละบุคคล

รีวิวผ่าตัดถุงใต้ตา

ดูเพิ่มเติม คลิก

ศัลยกรรมตา แก้ไขกล้ามเนื้อตาอ่อนแรง โดยจักษุแพทย์เฉพาะทางโดยตรงที่ Jarem Clinic

ศึกษาหัวข้ออะไรดีค่ะ... ซ่อนหัวข้อ
ผ่าตัดถุงใต้ตา