สิ่งที่ควรกิน และอาหารต้องห้ามหลังศัลยกรรมเสริมหน้าอก

สิ่งที่ควรกิน และอาหารต้องห้ามหลังศัลยกรรมเสริมหน้าอก

หน้าอก นอกจากเป็นสัญลักษณ์ส่วนหนึ่งที่แสดงออกถึงความเป็นเพศหญิง ผู้หญิงส่วนใหญ่ยังต้องการมีรูปร่างที่สมส่วน ศัลยกรรมเสริมหน้าอกให้มีขนาดตามที่ต้องการ จึงกลายเป็นเรื่องปกติที่ผู้หญิงส่วนใหญ่เชื่อว่าช่วยให้มีรูปร่างสมส่วน เซ็กซี่ ดูดี และสร้างความมั่นใจในการแต่งตัว เมื่อศัลยกรรมเสริมหน้าอกเป็นเรื่องที่ใคร ๆ ก็ทำได้ ในบทความนี้เรามาดูกันว่าหลังผ่าตัดเสริมหน้าอก ควรดูแลตจนเองอย่างไร อะไรควรกิน และอาหารต้องห้ามมีอะไรบ้าง

ศัลยกรรมเสริมหน้าอก และการดูแลตนเอง

การดูแลตนเองหลังผ่าตัดเสริมหน้าอก แพทย์จะให้คำแนะนำในหลาย ๆ ด้าน เพื่อป้องกันปัญหาที่อาจเป็นสาเหตุของภาวะแทรกซ้อนที่เป็นอันตรายหรือส่งผลให้หน้าอกที่เสริมเข้าไปไม่ได้รูปทรงตามที่ต้องการ การดูแลด้านโภชนาการคือการดูแลสุขภาพหลังผ่าตัดเสริมหน้าอกที่จะช่วยฟื้นฟูร่างกายให้ฟื้นตัวได้อย่างมีประสิทธิภาพ สิ่งสำคัญคือต้องรู้ว่าควรกินอะไร และอาหารอะไรที่ต้องห้าม ดังนี้

อาหารที่ควรกินหลังศัลยกรรมหน้าอก

1.อาหารที่ควรกินหลังศัลยกรรมหน้าอก

สิ่งที่เกิดขึ้นหลังจากการศัลยกรรมหน้าอกก็คือแผลผ่าตัด การกินอาหารที่มีประโยชน์จึงนอกจากช่วยฟื้นฟูบำรุงร่างกายแล้ว ยังช่วยให้แผลหายเร็วขึ้น โอกาสในการติดเชื้อก็น้อยลง ช่วยให้เห็นผลลัพธ์จากการศัลยกรรมได้เร็ว ทำให้มีรูปร่างที่สมส่วน มีส่วนเว้าส่วนโค้ง แต่งตัวได้ง่ายและเพิ่มความมั่นใจในบุคลิกภาพของตนเองมากขึ้น อาหารที่ควรกินหลังศัลยกรรมหน้าอก ได้แก่

  • อาหารอ่อน ๆ : หลังผ่าตัดเสริมหน้าอก ช่วงระยะพักฟื้น 1-3 วันแรก ควรกินอาหารอ่อน ๆ เช่น ข้าวต้ม โจ๊กอาหารประเภทตุ๋น หรือนึ่ง จะช่วยให้ง่ายต่อการกลืนและย่อยง่าย สามารถฟื้นฟูร่างกายหลังผ่าตัดเสริมหน้าอกได้เป็นอย่างดี
  • การทานไข่ : ไข่ เป็นเมนูอาหารที่คนส่วนใหญ่มักเข้าใจผิดว่าเป็นอาหารต้องห้ามสำหรับการผ่าตัดศัลยกรรมหน้าอกหรือผ่าตัดอื่น ๆ เนื่องจากมีความเชื่อว่าจะทำให้เกิดรอยแผลเป็นนูนขึ้นมา ที่เรียกว่า แผลคีลอยด์หรือทำให้แผลหายยาก แต่ในความเป็นจริงไข่เป็นแหล่งโปรตีนที่มีส่วนช่วยซ่อมแซมส่วนที่สึกหรอหลังการผ่าตัด และจำเป็นต่อการสร้างเนื้อเยื่อและผิวหนังใหม่ที่ช่วยให้แผลหายได้เร็วขึ้น การกินไข่หลังศัลยกรรมหน้าอก จึงเป็นการเสริมโปรตีนให้กับร่างกาย
  • เนื้อสัตว์ : เมนูอาหารที่ปรุงด้วยเนื้อสัตว์ เช่น เนื้อหมู ไก่ ปลา และอาหารทะเล อุดมไปด้วยโปรตีนสารอาหารที่ช่วยช่วยซ่อมแซมส่วนที่สึกหรอของร่างกาย สมานแผล ช่วยสร้างผิวหนังและเนื้อเยื่อใหม่ให้แข็งแร
  • นม และผลิตภัณฑ์จากนม : นม และผลิตภัณฑ์จากนม เช่น นมพร่องมันเนย โยเกิร์ต หรือนมขาดมันเนย มีโปรตีนที่เป็นองค์ประกอบของเซลล์และเอนไซม์ ในระบบภูมิคุ้มกันซึ่งทำหน้าที่ทำลายสิ่งแปลกปลอมและเชื้อโรค ช่วยลดความเสี่ยงในการเกิดแผลติดเชื้อ และยังช่วยซ่อมแซมเนื้อเยื่อที่ถูกทำลาย แต่ควรรับประทานในปริมาณที่เหมาะสม
  • อาหารที่มีไฟเบอร์สูง : อาหารที่มีไฟเบอร์ หรือมีกากใยอาหารสูง มีประโยชน์ต่อระบบขับถ่าย ช่วยป้องกันอาการท้องผูกที่อาจส่งผลกระทบต่อแผลผ่าตัด และยังจำเป็นต่อการรักษาแผลผ่าตัด รวมทั้งช่วยในการฟื้นตัวจากการผ่าตัด แหล่งอาหารที่มีไฟเบอร์ ได้แก่ ข้าวสาลี ข้าวโอ๊ต รำข้าวโพด ผักต่าง ๆ ถั่วงอก กระหล่ำปลี มะเขือเทศ ผลไม้ตระกูลเบอร์รี เมล็ดถั่วเปลือกแข็ง เผือก มัน และขนมปังโฮลวีท ผักบุ้งไทย ใบกุยช่าย ใบชะพลู สะเดา กระเจี๊ยบเขียว ผักหวาน แครอท ถั่วเขียว ฝรั่ง แอปเปิล ถั่วลิสง งา เมล็ดทานตะวัน และอื่น ๆ
  • ผลไม้ที่ให้วิตามินซี : ผลไม้โดยเฉพาะกลุ่มที่มีวิตามินซีสูง มีสารต้านอนุมูลอิสระช่วยให้ผู้ที่ผ่าตัดเสริมหน้าอก มีภูมิคุ้มกันที่แข็งแรง ช่วยให้เซลล์เนื้อเยื่อมีการเจริญเติบโตเชื่อมต่อผสานกันได้ดี ลดอาการบวมช้ำ และมีส่วนช่วยให้แผลหายเร็วขึ้น ผลไม้ที่ควรรับประทาน เช่น
    • แอปเปิ้ล เป็นผลไม้ที่นอกจากมีวิตามินซีสูง กินแล้วช่วยลดอาการอักเสบและสมานแผลผ่าตัดให้หายเร็วขึ้น ยังมีเส้นใยอาหารอยู่จำนวนมาก ช่วยในเรื่องระบบขับถ่ายลดปัญหาท้องผูกได้เป็นอย่างดี
    • ส้ม ผลไม้ที่มีรสหวานอมเปรี้ยว นอกจากกินแล้วช่วยให้รู้สึกสดชื่น ยังอุดมไปด้วยเส้นใยอาหารและวิตามินซี ช่วยบรรเทาอาการท้องผูก รวมทั้งมีแร่ธาตุและวิตามินต่าง ๆ ที่ช่วยในการสร้างเซลล์ใหม่ซึ่งช่วยให้แผลหายเร็วขึ้น มีสารต้านอนุมูลอิสระและสร้างภูมิคุ้มกันให้แข็งแรง ช่วงพักฟื้นหลังผ่าตัดเสริมหน้าอก ควรกินส้มวันละ 2-4 ผล โดยกินสลับกับผลไม้ชนิดอื่นด้วย
    • สตรอว์เบอร์รี่และผลไม้ตระกูลเบอร์รี่ ส่วนใหญ่เป็นผลไม้ที่มีวิตามินซีสูงโดยวิตามินซีในสตรอเบอรี่และผลไม้ตระกูลนี้ มีส่วนสำคัญในการเสริมสร้างคอลลาเจนและอีลาสติน ซึ่งทำให้ผิวเกิดการยืดหยุ่น และแผลเกิดการสมานกันได้ดีมากขึ้น
    • ทับทิม ผลไม้ที่นอกจากทานสด ๆ แล้วยังสามารถนำไปคั้นเป็นน้ำผลไม้ช่วยลดการอักเสบของแผลผ่าตัดได้ดี แก้อาการอ่อนเพลีย ช่วยต้านเชื้อแบคทีเรีย และเสริมสร้างภูมิคุ้มกันให้แข็งแรง
    • .มะละกอสุก ผลไม้ที่หาง่ายและราคาไม่แพง แต่คุณประโยชน์มากมายมีทั้งวิตามินซีและวิตามินเอสูงมาก กินแล้วจะทำให้แผลผ่าตัดหายเร็ว ช่วยกระตุ้นการแบ่งเซลล์ในกระบวนการสร้างผิวหนังใหม่ และยังช่วยป้องกันแผลติดเชื้อได้อีกด้วย
อาหารต้องห้ามหลังศัลยกรรมเสริมหน้าอก

2.อาหารต้องห้ามหลังศัลยกรรมเสริมหน้าอก

การผ่าตัดใด ๆ รวมทั้งการศัลยกรรมเสริมหน้าอก สิ่งที่จะต้องเกิดขึ้นก็คือรอยแผลเป็นซึ่งพฤติกรรมการบริโภคมีผลต่อการดูแลรักษาแผลหลังศัลยกรรม เนื่องจากอาหารหลายชนิดเป็นสิ่งต้องห้ามหรือควรหลีกเลี่ยง เพราะมีผลต่อภาวะแทรกซ้อนหรือทำให้แผลเกิดการอักเสบและหายยาก เช่น

  1. ผลไม้ที่มีรสหวาน : ผลไม้ แม้จะมีเส้นใยและวิตามินที่เป็นประโยยชน์ต่อสุขภาพ แต่ผลไม้หลายชนิดที่มีรสหวาน ก็เป็นสิ่งที่ควรหลีกเลี่ยงหรือเป็นผลไม้ต้องห้ามสำหรับการผ่าตัดศัลยกรรมเสริมหน้าอก เช่น
    • ขนุน นอกจากเป็นผลไม้ที่มีรสหวานจัดแล้ว ยังถือเป็นอาหารแสลงสำหรับการผ่าตัดเสริมหน้าอก เนื่องจากกินแล้วอาจทำให้ท้องอืด เพราะแม้จะมีเส้นใยจำนวนมากแต่ย่อยยาก
    • น้อยหน่า ผลไม้ที่ควรหลีกเลี่ยงเพราะนอกจากมีรสหวานจัดแล้ว ยังส่งผลทำให้เซลล์ผิวสมานได้ยาก ทำให้แผลหายยากและเสี่ยงต่อการอักเสบได้ง่าย
  2. ผลไม้ที่มีฤทธิ์ร้อนใน : หลังผ่าตัดศัลยกรรมเสริมหน้าอก ในช่วงระยะพักฟื้นควรดูแลร่างกายให้แข็งแรงป้องกันอาการเจ็บป่วยที่อาจเกิดขึ้นได้ การรับประทานผลไม้บางชนิดที่มีฤทธิ์ร้อนใน แม้จะไม่ส่งผลโดยตรงต่อการผ่าตัดเสริมหน้าอก แต่ก็ควรหลีกเลี่ยงเพราะอาการร้อนในจากการทานผลไม้อาจทำให้ป่วยไข้ได้ เช่น
    • ทุเรียน ผลไม้ยอดนิยมนอกจากมีฤทธิ์ร้อนแล้ว ยังมีธาตุอาหารสูง การกินผลไม้ชนิดนี้ใรระยะพักฟื้นอาจทำให้เจ็บป่วยจากภาวะร้อนในได้
    • ลำไย นอกจากเป็นผลไม้รสหวานจัดแล้ว ยังทราบกันดีว่าเป็นผลไม้ฤทธิ์ร้อน บางคนกินเพียงเล็กน้อยก็ทำให้มีอาการร้อนใน และอาจทำให้เกิดความเจ็บป่วยได้
    • ละมุด เป็นผลไม้ที่มีรสหวานจัด แต่คนส่วนใหญ่อาจไม่รู้ว่าเป็นผลไม้ที่มีฤทธิ์ร้อนด้วย การกินผลไม้ชนิดนีอาจทำให้มีอาการร้อนในและเป็นสาเหตุทำให้มีอาการเจ็บป่วยได้
  3. ผลไม้แปรรูปและของหมักดอง : ผลไม้แปรรูป เช่น ผลไม้ดอง ผลไม้แช่อิ่ม และของหมักดองต่าง ๆ นอกจากมีความเค็มทำให้แผลมีอาการบวมได้แล้ว หากขั้นตอนการทำไม่สะอาดอาจส่งผลให้แผลผ่าตัดติดเชื้อได้ ช่วงระยะพักฟื้นและแผลยังไม่หายดีควรงดเว้นหรือหลีกเลี่ยงไปก่อน
    • อาหารรสจัด : อาหารรสจัด เช่น เผ็ดจัด หรือเป็นเมนูอาหารที่มีส่วนประกอบของเครื่องเทศสมุนไพร ที่ให้รสชาติร้อนแรง เมื่อกินแล้วความเผ็ดร้อนจะไปกระตุ้นร่างกายให้มีการหลั่งเหงื่อ และ น้ำมูก ออกมาซึ่งสิ่งเหล่านี้อาจจะไปปนเปื้อนกับเชื้อโรคต่าง ๆ และสัมผัสกับบริเวณบาดแผลจนทำให้แผลอักเสบได้
    • ส้มตำและอาหารประเภทยำ : ส้มตำและอาหารประเภทยำ เป็นเมนูอาหารเรียกน้ำย่อยหรืออาหารรสแซบที่มีส่วนประกอบของความเผ็ด ความเค็ม และความเปรี้ยว รวมไปถึง ปลาร้า หรือน้ำปลาร้า ควรหลีกเลี่ยงหรืองดเว้นไปก่อน เพราะการกินอาหารรสจัดอาจทำให้เกิดการคั่งของสารน้ำภายในร่างกาย ส่งผลให้แผลบวมและเสี่ยงต่อการอักเสบได้
    • เครื่องดื่มแอลกอฮอล์ : เครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ถือเป็นสิ่งที่ควรงดเว้นหรือหลีกเลี่ยง เพราะการดื่มแอลกอฮอล์จะทำให้แผลหายช้า และทำให้เกิดอาการบวมเขียวช้ำได้ง่าย

3.คำถามเกี่ยวกับการกินและข้อห้ามที่พบได้บ่อย

คำถามเกี่ยวกับการกินและข้อห้ามที่พบได้บ่อย
คำถามเกี่ยวกับการกินและข้อห้ามที่พบได้บ่อย

สำหรับสิ่งที่ควรกินและอาหารต้องห้ามหลังศัลยกรรมเสริมหน้าอก ที่ต้องปฏิบัติอย่างเคร่งครัดในช่วงพักฟื้นหรือจนกว่าแผลผ่าตัดจะหายแล้ว ยังมีคำถามและข้อสงสัยเกี่ยวกับการกินและข้อห้ามที่แพทย์หรือคลินิกความงามมักจะต้องให้คำแนะนำแก่ผู้เข้ารับกับการผ่าตัดเสมอ ๆ ก็คือ

  1. หลังเสริมหน้าอกสามารถกินอาหารเสริมได้ไหม
    • ปกติการกินอาหารเสริมใด ๆ ศัลยแพทย์มักจะแนะนำให้หยุดกินก่อนผ่าตัดเสริมหน้าอก เป็นเวลาอย่างน้อย 2 สัปดาห์ เนื่องจากวิตามินและอาหารเสริมบางตัวจะมีผลกับการผ่าตัดเสริมหน้าอก เช่น ทำให้การปิดบาดแผลของระบบเลือดทำงานได้ช้าลง ส่งผลให้เลือดไม่ยอมแข็งตัว ซึ่งอาจเกิดอาการบวมช้ำนานกว่าคนอื่น ๆ
    • สำหรับการกินอาหารเสริมต่าง ๆ เช่น วิตามิน แปะก๊วย โสม น้ำมันปลา วิตามินอี หรือวิตามินบำรุงผิวพรรณ หรืออาหารเสริมประเภทพืชสมุนไพร หากหลังศัลยกรรมเสริมหน้าอกไปแล้วก็สามารถกินได้ตามปกติ
    • ส่วนคอลลาเจล ซึ่งถือเป็นอาหารเสริมชนิดหนึ่ง ที่ทำหน้าที่เพิ่มความแข็งแรงและเพิ่มความยืดหยุ่นให้แก่อวัยวะต่าง ๆ ภายในร่างกาย มีบางรายงานทางการแพทย์ระบุว่า การกินคอลลาเจลหลังผ่าตัดเสริมหน้าอกมีส่วนทำให้เกิดพังผืด แม้ข้อมลจะยังไม่แน่ชัด แต่ก็ควรงดไปเลยหรือรอกินคอลาเจลหลังจากผ่าตัด 3 เดือน ขึ้นไป
  2. หลังเสริมหน้าอกสามารถกินยาลดน้ำหนักได้ไหม
    • ยาลดน้ำหนัก ถือเป็นอาหารเสริมชนิดหนึ่งแต่มีหลายรูปแบบและหลายประเภท สำหรับคำถามหลังเสริมหน้าอกสามารถกินยาลดน้ำหนักได้ไหม ในทางปฏิบัติอาหารเสริมมีข้อห้ามว่าควรงดเว้นช่วงก่อนผ่าตัดเท่านั้น เนื่องจากอาจมีผลทำให้เลือกแข็งตัวช้า ส่วนหลังจากผ่าตัดเสริมหน้าอกแล้ว ก็สามารถกินอาหารเสริมได้ตามปกติ ยาลดความอ้วนก็ถือเป็นอาหารเสริมชนิดหนึ่ง แต่น้ำหนักตัวที่ลดและเพิ่มขึ้นก็สามารถส่งผลกระทบกับหน้าอกคู่ใหม่ได้ สิ่งที่ผู้ผ่าตัดเสริมหน้าอกควรพิจารณาประกอบว่าควรกินหรือไม่กิน มี 3 ข้อ ดังนี้
      • กรณีการกินยาลดความอ้วน ก็เพื่อต้องการลดน้ำหนักตัวเพื่อให้มีรูปร่างที่ได้มาตรฐานสมส่วนหากกินยาลดน้ำหนักหลังจากผ่าตัดเสริมหน้าอกแล้ว อาจทำให้เต้านมเทียมแลดูหย่อนคล้อยลงบ้าง เนื่องจากการกินยาลดน้ำหนักทำให้ขนาดกล้ามเนื้อของหน้าอกจริงมีการเปลี่ยนแปลง
      • ในทางตรงกันข้าม หากน้ำหนักตัวเพิ่มมากขึ้นหลังผ่าตัดเสริมหน้าอก อาจทำให้หน้าอกแลดูอวบอิ่มขึ้นบ้างตามสรีระร่างกายตามธรรมชาติ
      • สำหรับคำถามในข้อนี้ แพทย์อาจให้คำแนะนำว่าควรควบคุมน้ำหนัก หรือบำรุงดูแลรูปร่างให้ได้สัดส่วนตามที่ต้องการหรือจนพึงพอใจก่อนเสริมหน้าอกก็จะเป็นการดีกว่า
  3. หลังเสริมหน้าอกห้ามกินอะไรบ้าง
    • คำถามในข้อนี้ ไม่ได้หมายถึงอาหารต้องห้ามหรือควรงดเว้นหลังผ่าตัดซึ่งอยู่ระหว่างพักฟื้น แต่เป็นการดูแลทรวงอกอย่างหนึ่ง ที่ห้ามกินอะไรบ้างซึ่งอาจมีผลต่อหน้าอกที่เสริมเข้าไป ซึ่งส่วนใหญ่เป็นของกินที่อาจทำให้เกิดผลข้างเคียงกับซิลิโคนหรือเต้านมเทียม เช่น พยายามหลีกเลี่ยงอาหารหรือของกินที่เคยมีอาการแพ้ เช่น แพ้กุ้งหรือแพ้อาหารทะเลบางชนิด เพราะอาจส่งผลต่อระบบการหายใจ ระบบไหลเวียนโลหิตและระบบผิวหนังและเซลล์ต่าง ๆ ภายในร่างกายได้

สรุป การทำศัลยกรรมเสริมหน้าอก สิ่งที่ทุกคนปรารถนาก็คือความพึงพอใจ มีความสุขกับชีวิตมากขึ้น มีความมั่นใจมากขึ้น ใส่เสื้อผ้าชุดไหนก็ดูดี ความต้องการเหล่านี้แม้ว่าศัลยแพทย์จะผ่าตัดเสริมหน้าอกให้ได้ขนาดตามที่ต้องการแล้ว หากหลังจากทำศัลยกรรมหน้าอกไม่ได้ดูแลตนเองอย่างดี อาจมีปัญหาเกิดภาวะแทรกซ้อน แผลหายช้าหรือเกิดการอักเสบส่งผลให้หน้าอกไม่ได้รูปทรงตามที่ต้องการได้ นอกจากดูแลตัวเองด้วยการเลือกกินอาหารที่มีประโยชน์หลีกเลี่ยงอาหารต้องห้ามแล้ว ควรพบแพทย์เพื่อตรวจเต้านมเป็นประจำทุก 6 เดือนหรือ 1 ปี

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *