6 สิ่งที่ควรทำและไม่ควรทำ หลังศัลยกรรมเสริมหน้าอก

6 สิ่งที่ควรทำและไม่ควรทำ หลังศัลยกรรมเสริมหน้าอก

การศัลยกรรมเสริมหน้าอก เป็นการผ่าตัดเพื่อนำซิลิโคนหรือถุงเต้านมเทียมเข้าไปในร่างกาย จุดประสงค์หลัก ๆ ก็เพื่อเพิ่มขนาดหน้าอกให้ใหญ่ขึ้นหรือเพื่อแก้ปัญหาความหย่อนคล้อยของทรวงอกให้กระชับเต็งตึงสวยงามเหมาะสมกับรูปร่าง การศัลยกรรมเสริมหน้าอกยังถือเป็นการผ่าตัดใหญ่ที่ต้องดูแลและเตรียมตัวเป็นอย่างดี โดยเฉพาะช่วงฟื้นฟูหลังศัลยกรรม ส่วนจะมีอะไรบ้างที่ควรทำหรือไม่ควรทำ บทความนี้มีคำตอบค่ะ

6 สิ่งที่ควรทำและไม่ควรทำ หลังศัลยกรรมเสริมหน้าอก

หลังศัลยกรรมเสริมหน้าอกหรือในระยะฟื้นฟูร่างกาย เป็นช่วงที่ต้องระมัดระวังและควรปฏิบัติตัวตามคำแนะนำของแพทย์อย่างเคร่งครัด เพื่อให้หน้าอกเข้ารูปสวยและได้ผลลัพธ์ตามที่ต้องการ รวมทั้งการดูแลตนเองให้ความสำคัญกับสิ่งที่ควรและไม่ควรทำหลังศัลยกรรม  ยังช่วยป้องกันภาวะแทรกซ้อนที่อาจเกิดขึ้นได้  ดังนี้ โดยมีสิ่งที่ควรทำและไม่ควรทำ ดังนี้

1.ผ่อนคลาย ลดความวิตกกังวล ป้องกันภาวะเครียดฃ

  • หลังศัลยกรรมและอยู่ในช่วงฟื้นฟู ควรทำตัวให้รู้สึกผ่อนคลาย หลีกเลี่ยงความวิตกกังวลเพื่อป้องกันไม่ให้มีความ ก็จะช่วยให้ร่างกายสามารถฟื้นฟูได้เร็ว เช่น ในช่วง 1-2 สัปดาห์แรกควรการพักผ่อนให้เพียงพอ
  • หลีกเลี่ยงหรือควรงดเว้นการออกกำลังกายบางประเภท เช่น การวิ่งระยะไกล ๆ โดยเฉพาะในช่วง 1เดือนแรก หลังผ่าตัด หรือจนกว่าแพทย์ที่ผ่าตัดจะอนุญาตว่าให้ออกกำลังกายบางประเภทที่เหมาสะสมได้
  • งดเว้นกิจกรรมหรือทำงานที่มีการเคลื่อนไหวร่างกายมาก ๆ เพราะอาจกระทบกระเทือนกับแผลผ่าตัด หรือทำให้ซิลิโคนเคลื่อนที่ได้
  • ระยะฟักฟื้นควรค่อย ๆ ทำกิจกรรมที่มีการเคลื่อนไหวจากเล็กน้อยไปก่อน จากนั้นค่อย ๆ ปรับระดับกิจกรรมที่การเคลื่อนไหวร่างกายเพิ่มมากขึ้น หากต้องการเริ่มทำกิจกรรมประจำวันไปตามปกติ หรือออกกำลังกายควรขอคำแนะนำหรือปรึกษาแพทย์ก่อน
  • กรณีเริ่มออกกำลังกายแล้วรู้สึกเจ็บให้หยุดและปรึกษาแพทย์ทันที

2.ช่วงฟื้นฟูหลังศัลยกรรมหากพบอาการผิดปกติควรพบแพทย์

หลังศัลยกรรมเสริมหน้าอก อาการปวดบวมบริเวณแผลผ่าตัดเป็นเรื่องปกติที่เกิดขึ้นได้ รวมทั้งอาการปวดศีรษะและคลื่นไส้ ที่เป็นผลข้างเคียงของยาสลบ แต่หากเวลาผ่านไปอาการเหล่านี้ยังไม่ดีขึ้น อาการปวดแผลมากขึ้นหรือคลื้นไส้รุนแรงควรขอคำแนะนำจากแพทย์ เพราะอาจเป็นสัญญาณอันตราที่ต้องเร่งทำการรักษา

3.ช่วงฟื้นฟูหลังผ่าตัดควรปฏิบัติตามคำแนะนำของแพทย์อย่างเคร่งครัด

  • ระยะ 7 วันหลังศัลยกรรมเสริมหน้าอก ควรระมัดระวังไม่ให้แผลถูกน้ำ
  • ช่วงสัปดาห์แรกหลังผ่าตัดจะต้องปิดแผลและล้างแผลเป็นประจำ
  • ช่วงหลังผ่าตัด 1 สัปดาห์ แพทย์จะนัดพบเพื่อตรวจวินิจฉัยแผลและดูผลการฟื้นฟูหลังผ่าตัด ควรพบแพทย์ตามนัดทุกครั้ง
  • แพทย์จะแนะนำให้หลีกเลี่ยงการยกของหนัก ๆ และออกกำลังกายหนัก ๆ ในช่วง 1 เดือนแรกหลังผ่าตัด
  • แพทย์จะแนะนำวิธีการนวดทรวงอก เพื่อป้องกันการเกิดพังผืดยึดเกาะกับซิลิโคน

4.สวมใส่ยกทรงสำหรับนักกีฬา หรือสปอร์ตบรา

หลังศัลยกรรมเสริมหน้าอก ในช่วงพักฟื้นการดูแลตนเองเพื่อให้หน้าอกเข้าที่และได้รูปทรงตามที่ต้องการ แพทย์จะแนะนำให้สวมใส่ยกทรงสำหรับนักกีฬา หรือสปอร์ตบรา เพราะมีข้อดี ดังนี้

  • หลังผ่าตัดเสริมหน้าอก ควรสวมใส่เสื้อชั้นในสปอร์ตบราช่วง 3 เดือนแรกหลังผ่าตัด เนื่องจากยกทรงสำหรับนักกีฬา หรือสปอร์ตบราจะมีความยืดหยุ่น ลดโอกาสเกิดการบวมจากการกดทับ ทำให้รู้สึกสบายไม่อึดอัด และยังรักษารูปทรงของหน้าอกใหม่ให้เข้าที่เร็วขึ้น
  • ยกทรงสำหรับกีฬาหรือสปอร์ตบรา ยังเหมาะสำหรับผู้ที่ผ่าตัดเสริมหน้าอกสามารถสวมใส่ได้ตลอดแทนเสื้อชั้นในหรือยกทรงทั่วไป เพื่อช่วยรักษาหน้าอกให้ได้รูปทรงทั้งในระยะสั้นและระยะยาว
  • หลังระยะฟื้นฟู หากต้องการสวมใส่ยกทรงหรือเสื้อชั้นในแฟชั่นเสื้อชั้นในแฟนซี ก็สามารถทำได้บ้าง แต่ควรคำนึงถึงการรักษารูปร่างของหน้าอกไว้ตลอด และทำตามคำแนะนำของแพทย์อย่างเคร่งครัด

5.รับประทานอาหารให้ครบทั้ง 5 หมู่ และดื่มน้ำให้เพียงพอกับความต้องการของร่างกาย

สารอาหารคือสิ่งที่จำเป็นที่สุดสำหรับการฟื้นฟูร่างกาย ระยะพักฟื้นควรรับประทานอาหารที่หลากหลาย เพื่อให้ร่างกายได้รับสารอาหารครบทุกหมวดหมู่ เช่น ไข่เป็นแหล่งโปรตีนที่มีส่วนช่วยซ่อมแซมส่วนที่สึกหรอหลังการผ่าตัด เนื้อสัตว์ นม อาหารที่มีไฟเบอร์สูง และดื่มน้ำอย่างน้อยวันละ 8-10 แก้ว

6.วางแผนเพื่อหลีกเลี่ยงผลกระทบในอนาคต

ก่อนศัลยกรรมเสริมหน้าอก ควรวางแผนป้องกันถึงผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นในอนาคต เช่น การตั้งครรภ์หรือการให้นมบุตร กรณีต้องการมีบุตรในอนาคตควรเลือกรูปแบบการศัลยกรรมหน้าอกที่ไม่ส่งผลกระทบต่อการให้นมบุตร หรือการมีน้ำหนักที่เพิ่มขื้นหรือลดลง หากรูปร่างอ้วนควรลดน้ำหนักก่อนการศัลยกรรมเพื่อป้องกันรูปทรงหน้าอกที่เปลี่ยนแปลงไป

สิ่งที่ควรทำความเข้าใจในการฟื้นฟูหลังศัลยกรรมเสริมหน้าอก

การศึกษาข้อมูลทั้งการเตรียมตัวก่อนผ่าตัดเสริมหน้าอก และการดูแลตนเองในช่วงฟื้นฟูหลังผ่าตัด เป็นสิ่งสำคัญและจำเป็น เพราะช่วยให้เราสามารถป้องกันและดูแลตนเองให้ปลอดภัยจากภาวะแทรกซ้อนต่าง ๆ ที่อาจเกิดขึ้นได้ และยังได้ผลลัพธ์ในการศัลยกรรมเสริมหน้าอกตามที่เราต้องการ และสิ่งที่ต้องทำความเข้าใจ มีดังนี้

  • หากพบความผิดปกติหรือมีข้อสงสัย ควรพบแพทย์เพื่อขอคำแนะนำหรือทำการดูแลรักษา คำนึงถึงความปลอดภัยไว้ก่อน
  • การเลือกคลินิกและแพทย์ผู้ทำศัลยกรรม คือปัจจัยที่ต้องให้ความสำคัญเพราะนอกจากความปลอดภัยในการผ่าตัดยัง ทำให้เราได้ผลลัพธ์ที่น่าพึงพอใจมากที่สุด
  • การศัลยกรรมเสริมหน้าอกคือการศัลยกรรมเพื่อความงามที่ได้รับความนิยมมากที่สุด นอกจากเรื่องของความงามหรือเสริมหน้าอกให้ได้ขนาดตามความต้องการ ศัลยกรรมหน้าอกยังเป็นการแก้ปัญหาเกี่ยวกับความหย่อนคล้อย ช่วยเสริมบุคลิกภาพและสร้างความมั่นใจให้กับผู้ที่มีปัญหาได้ด้วย
  • การศัลยกรรมเสริมหน้าอกคือศัลยกรรมที่ไม่เป็นอันตรายสำหรับผู้ที่มีร่างกายปกติและไม่มีข้อห้ามใด ๆ แต่ผลลัพธ์ที่ได้สามารถเป็นไปตามที่ต้องการยังต้องขึ้นอยู่กับแพทย์ที่มีความสามารถ มีทักษะและความเชี่ยวชาญ และการดูแลร่างกายหลังศัลยกรรมเป็นส่วนประกอบ
  • อย่างไรก็ดี ควรทำความเข้าใจว่าการศัลยกรรมผ่าตัดทุกกรณีมีความเสี่ยง และเราควรมีความรู้ว่าสิ่งใดที่ต้องเจอเป็นปกติของการศัลยกรรมและสิ่งใดที่เป็นความผิดปกติและไม่ควรเกิดขึ้น
  • ควรจะต้องเข้าใจว่า อาการแบบใดคืออาการปกติของการฟื้นฟูร่างกาย หรืออาการแบบใดที่จะต้องแจ้งแพทย์เพื่อรับการรักษาเพิ่มเติม โดยเฉพาะภาวะแทรกซ้อนหลังผ่าตัด เช่น แผลติดเชื้อ แผลเปิด หรือมีภาวะห้อเลือดใต้ผิวหนัง
  • การศึกษาหรือทำความเข้าใจให้รู้ก่อนว่าร่างกายหลังศัลยกรรมควรฟื้นฟูอย่างไร ทำให้สามารถเตรียมตัวได้อย่างถูกต้อง ประกอบกับแต่ละคนอาจมีภาวะหรือมีอาการหลังศัลยกรรมที่แตกต่างกัน การฟื้นฟูและวิธีดูแลตนเองก็ย่อมแตกต่างกันไปด้วย
  • การเสริมหน้าอกที่ดี และได้ผลลัพธ์ตามที่เราต้องการ จึงต้องทำความเข้าใจและศึกษาข้อมูลในทุกๆ ด้าน รวมถึงการวางแผนดูแลและฟื้นฟูร่างกายหลังการผ่าตัดไว้ล่วงหน้า

อาการเจ็บปวดและผลข้างเคียงหลังผ่าตัดเสริมหน้าอก

  • ช่วงฟื้นฟูหลังผ่าตัดเสริมหน้าอก อาการที่เกิดขึ้นเป็นปกติ คือ อาการเจ็บ ปวดบวม บริเวณแผลผ่าตัด อาการอาจเป็นมากหรือน้อย และหลายวันหรือหลายสัปดาห์ ถือเป็นเรื่องปกติที่เกิดขึ้นได้หลังผ่าตัด
  • บางกรณี ผู้ศัลยกรรมบางคนอาจจะรู้สึกไม่สบายตัว มีอาการปวด บวม หรือมีอาการอื่น ๆ ที่ไม่รุ่นแรงแต่สร้างความกังวล ทำให้รู้สึกอึดอัดไม่สบายตัว อาจเกิดจากปัญหาสุขภาพหรือผลบข้างเคียงทางพันธุกรรมของผู้ผ่าตัดเอง แต่หากรู้สึกปวดแผลมาก ร้อน มีผื่นแดง มีอาการบวมช้ำมาก ควรรีบพบแพทย์เพื่อตรวจวินิจฉัยอาการ
  • ผู้ศัลยกรรมบางราย อาจมีภาวะแทรกซ้อนที่คาดไม่ถึงได้ ซึ่งจะทำให้กระบวนการฟื้นฟูร่างกายเป็นไปอย่างล่าช้า หรือบางกรณีอาจจะต้องทำการผ่าตัดใหม่ ฉะนั้นแล้วก่อนการทำการผ่าตัดควรพบแพทย์เพื่อขอคำแนะนำปรึกษาอย่างละเอียด เพื่อเตรียมความพร้อมทั้งก่อนและหลังศัลยกรรม

ปัจจัยเกี่ยวกับความปลอดภัยที่แพทย์ให้ความสำคัญเป็นที่สุด

  • ก่อนผ่าตัดเสริมหน้าอก ต้องทำความเข้าใจเกี่ยวกับปัจจัยเสี่ยง เพราะแม้ว่าการผ่าตัดเสริมหน้าอกจะเป็นการผ่าตัดที่ถือได้ว่าค่อนข้างปลอดภัยแต่ไม่ได้หมายความว่าจะไม่มีความเสี่ยง
  • การศัลยกรรมหน้าอก เป็นการผ่าตัดที่เหมือนกับการผ่าตัดทั่วไป คือมีทั้งความเสี่ยงเล็กน้อยตัวอย่างเช่น การติดเชื้อที่ผิวหนัง (พบเจอได้ไม่บ่อยและหายาก) และความเสี่ยงระดับสูงที่ยิ่งพบเจอได้ยากยิ่งกว่า
  • แม้การาศัลยกรรมเสริมหน้าอก จะมีปัจจัยเสี่ยงต่าง ๆ แต่การศึกษาข้อมูลรวมทั้งแนวทางดูแลตนเองอย่างถูกต้องในช่วงฟื้นฟู จะช่วยลดความเสี่ยงในการผ่าตัดให้เหลือน้อยที่สุด

ระยะเวลาในการฟื้นฟูหลังการผ่าตัดเสริมหน้าอก

สำหรับการฟื้นฟูร่างกายหลังศัลยกรรมเสริมหน้าอกของแต่ละบุคคคลอาจแตกต่างกันไป ขึ้นอยู่กับปัจจัยหลาย ๆ ทั้งตัวผู้ศัลยกรรมเองและเทคนิควิธีที่แพทย์ใช้ในการผ่าตัด ทักษะความเชี่ยวชาญของแพทย์ผู้ผ่าตัด ระยะเวลาในการฟื้นฟูหลัก ๆ มีดังนี้

  • สำหรับผู้ที่ร่างกายแข็งแรงปกติ และไม่พบอาการแทรกซ้อน สามารถกลับไปทำงานหลังผ่าตัดเสริมหน้าอกได้ภายในระยะเวลา 2 อาทิตย์ (บางคนอาจเร็วกว่านี้และบางคนอาจช้ากว่านี้)
  • ระยะเวลาในการฟื้นฟูหรือสามารถกลับไปทำงานประจำได้ ยังขึ้นอยู่ลักษณะงานที่ทำว่าใช้แรงขนาดไหน หรือระหว่างฟื้นฟูพักผ่อนเพียงพอดูแลตนเองดีหรือไม่อย่างไร
  • กรณีถึงกำหนดทำงานหรือครบวันลา หากไม่แน่ใจว่าสามารถทำงานได้  ควรปรึกษาแพทย์ก่อน เพื่อให้ร่างมีระยะเวลาพักผ่อนที่เพียงพอสำหรับการฟื้นฟู
  • ผู้ที่ศัลยกรรมเสริมหน้าอกส่วนหนึ่งอาจลางานไว้ล่วงหน้าเพื่อฟื้นฟูร่างกายหลังผ่าตัดประมาณ 1 สัปดาห์ ซึ่งก็ถือว่าเพียงพอสำหรับบางอาชีพที่ใช้แรงงานไม่มาก แต่หากเป็นไปได้การพักฟื้นหลังศัลยกรรมที่ดีควรลางานอย่างน้อย 2 สัปดาห์ แต่ทั้งนี้ก็อาจขึ้นอยู่กับลักษณะและประเภทของงานที่ทำด้วย
  • ระยะเวลาฟื้นฟูหลังผ่าตัดเสริมหน้าอก ยังขึ้นอยู่กับวิธีที่แพทย์เลือกใช้ในการผ่าตัด ที่อาจใช้เวลาฟื้นฟูตั้งแต่ 2 สัปดาห์จนถึงหลายเดือน สำหรับกรณีทั่วไป แพทย์มักแนะนำให้งดเว้นกิจกรรมปกติ ประมาณ 1-2 สัปดาห์
  • ก่อนศัลยกรรมควรจะต้องวางแผนการใช้ชีวิตล่วงหน้าให้ดี เพื่อให้สามารถฟื้นฟูร่างกายได้อย่างเต็มที่ ซึ่งจะช่วยให้แผลหายเร็วและหน้าอกเข้าที่เร็วขึ้น
  • การจัดเตรียมและเลือกซื้อยกทรงหรือชั้นในที่เป็นสปอร์ตบราหรือยกทรงที่ออกแบบมาเฉพาะผู้ที่ศัลยกรรมเสริมหน้าอกโดยเฉพาะ
  • เพื่อลดปัจจัยเสี่ยงต่าง ๆ จากการศัลยกรรมเสริมหน้าอก ทั้งด้านความปลอดภัย ขนาดและรูปทรงหน้าอกตามที่ต้องการ ก่อนผ่าตัดเสริมหน้าอก ควรพบแพทย์เพื่อขอคำแนะนำปรึกษาเพื่อเลือกเทคนิควิธีที่เหมาะสมที่สุด
  • หลังศัลยกรรมเสริมหน้าอกและอยู่ในช่วงฟื้นฟู หากต้องการกลับไปทำงานหรือใช้ชีวิตประจำวันตามปกติ เพื่อความปลอดภัยและป้องกันภาวะแทรกซ้อนควรพบแพทย์เพื่อตรวจประเมินผลการผ่าตัดและการฟื้นฟูเสียก่อน
  • ระยะฟื้นฟูหลังศัลยกรรมเสริมหน้าอก ต้องทำความเข้าใจว่ารอยแผลจากการผ่าตัดจะต้องใช้ระยะเวลาเพื่อให้แผลหายสนิท หรือทำให้แผลเหลือริ้วรอยน้อยที่สุด ซึ่งแพทย์ที่ทำการผ่าตัดจะเป็นผู้ประเมินระยะเวลาในการฟื้นฟูของแต่ละบุคคล
  • ความปลอดภัยของการศัลยกรรมและระยะเวลาในการฟื้นฟูยังขึ้นอยู่กับเป้าหมายในการศัลยกรรมหน้าอก ที่แตกต่างกัน เช่น การเสริมเพื่อเพิ่มขนาดหน้าอก เพื่อยกกระชับ หรือแม้แต่การลดขนาดหน้าอก และการเลือกซิลิโคนที่เสริมเข้าไป
  • การผ่าตัดเสริมหน้าอก  ในแต่ละกรณีก็จะมีคำแนะนำจากแพทย์ในการดูแลร่างกายหลังผ่าตัดต่างกันไป รวมถึงระยะเวลาในการฟื้นฟูก็อาจมีปัจจัยอื่นที่นอกเหนือจากประเภทของการผ่าตัด เช่น ภาวะแทรกซ้อนที่เกิดขึ้นหลังทำการผ่าตัด สารอาหารที่ร่างกายได้รับ  การใช้ชีวิต ประวัติการใช้ยา ซึ่งสิ่งต่าง ๆ เหล่านี้เป็นปัจจัยที่มีผลต่อระยะยะเวลาในการฟื้นฟูทั้งสิ้น
  • ระเบียบวินัยในการปฏิบัติตัวตามคำแนะนำของแพทย์อย่างเคร่งครัดในช่วงฟื้นฟู จะยิ่งทำให้เห็นผลลัพธ์ได้รวดเร็ว

ข้อกังวลที่พบได้บ่อยสำหรับผู้ทำการผ่าตัดเสริมหน้าอก

  • การศัลยกรรมหรือผ่าตัดเสริมหน้าอกเจ็บมากขนาดไหน
  • ความไวต่อสิ่งกระตุ้นของหน้าอก และหัวนมมีความรู้สึกแตกต่างไปจากเดิมหรือไม่
  • หลังทำการผ่าตัดแล้วจะต้องทำการนวดหน้าอกหรือไม่
  • ควรทำอย่างไรเพื่อลดรอยแผลเป็นจากการผ่าตัดให้เหลือน้อยที่สุด
  • หลังผ่าตัดเสริมหน้าอก จะต้องเปลี่ยนประเภทของยกทรงที่สวมใส่หรือไม่
  • อาการปวดบวม คลื่นไส้หรือรู้สึกไม่สบายตัว เป็นอาการที่พบได้เป็นปกติหรือไม่

ข้อแนะนำที่ดีที่สุดสำหรับการผ่าตัดเสริมหน้าอก

การฟื้นฟูหลังศัลยกรรมในแต่ละบุคคล อาจมีแนวทางปฏิบัติและดูแลตนเองแตกต่างกันไป ขึ้นอยู่กับปัจจัยต่าง ๆ หลัก ๆ แพทย์จะมีข้อแนะนำเพื่อให้การฟื้นฟูเห็นผลลัพธ์ได้อย่างรวดเร็ว เช่น งดกิจกรรมที่ต้องเคลื่อนไหวร่างกายมาก ๆ หลีกเลี่ยงการเล่นกีฬาหรือออกกำลังกายหนัก ๆ ไม่ยกของหนัก หลีกเลี่ยงการสูบบุหรี่ นอกจากนั้นยังมีข้อแนะนำที่ควรให้ความสำคัญ ดังนี้

  • กรณีสงสัยว่าอาจมีอาการแทรกซ้อน หรือแผลติดเชื้อให้รีบพบแพทย์ทันที
  • พักผ่อนให้เพียงพอ ทำจิตใจให้ผ่อนคลายเพื่อป้องกันภาวะเครียดที่อาจส่งผลให้เกิดภาวะแทรกซ้อนต่าง ๆ ได้ง่ายและทำให้ใช้ระยะเวลาในการพักฟื้นมากขึ้น
  • ตัดความวิตกกังวล และคิดในเชิงบวกว่าการศัลยกรรมเสริมหน้าอกจะทำให้มีความเปลี่ยนแปลงในทางดีขึ้น
  • ต้องทำใจ และยอมรับความเป็นจริงว่าการศัลยกรรมเสริมหน้าอก จะต้องใช้ระยะเวลาฟื้นฟูหลายสัปดาห์กว่าหน้าอกจะเข้าที่

วิธีดูแลและฟูร่างกายหลังผ่าตัดเสริมหน้าอกเพื่อลดอาการเจ็บปวด

  • ผู้ที่ผ่าตัดเสริมหน้าอกแต่ละคนจะมีอาการเจ็บ หรือปวด บวม มากน้อยแตกต่างกัน บางคนมีอาการในระยะสั้น ๆ หลังผ่าตัดส่วนบางคนอาจมีอาการปวดบวมหลายวัน ผู้ แต่อาการปวดบวงมเหล่านี้อาจรับประทานยาแก้ปวดเพื่อบรรเทาอาการได้
  • หลังผ่าตัดและอยู่ในระยะพักฟื้นควรสวมใส่เสื้อชั้นในสำหรับผู้ศัลยกรรมโดยเฉพาะ หรือแบบปลดตะขอด้านหน้าเพื่อลดการเคลื่อนไหวของไหล่และหน้าอก
  • หลังผ่าตัดเสริมหน้าอก ช่วง 24 ชั่งโมง – 7 วันแรกหลังศัลยกรรมหน้าอกควรพักผ่อนมาก ๆ และหยุดการทำกิจกรรมต่าง ๆ เพื่อให้การฟื้นฟูเห็นผลลัพธ์เร็วขึ้น
  • หากอาการปวด บวม เป็นมากขึ้นหรือไม่หายภายในระยะเวลาที่ควรจะเป็น อาจพบแพทย์เพื่อตรวจประเมินอาการและขอคำแนะนำปรึกษาได้

การดูแลตัวเองเมื่ออยู่ที่บ้านหลังผ่าตัดเสริมหน้าอก

การศัลยกรรมเสริมหน้าอก แต่ละบุคคคลอาจมีจุดประสงค์หรือมีเป้าหมายในการทำที่แตกต่างกัน ทั้งการผ่าตัดเพื่อเสริมาขนาดหน้าอก การผ่าตัดเพื่อยกกระชับ หรือแม้แต่การศัลยกรรมหน้าอกเพื่อลดขนาด รวมทั้งเทคนิควิธีในการผ่าตัด สิ่งเหล่านี้ล้วนมีผลต่อระยะเวลาในการดูแลตนเองขณะฟื้นฟูอยู่ที่บ้านทั้งสิ้น ดังนั้นการดูแลตนเองที่บ้าน ควรมีเพื่อนหรือคนในครอบครัวคอยดูแลตลอด 1-2 สัปดาห์ หลีกเลี่ยงการขับรถ การอุ้มเด็ก การเคลื่อนไหวร่างกายมาก ๆ

อารมณ์และการนอนหลับหลับพักผ่อนหลังผ่าตัดเสริม

การศัลยกรรมเสริมหน้าอก เป็นการผ่าตัดที่ทำให้เกิดรอยแผล มีอาการปวดบวม ซึ่งอาการเหล่านี้อาจทำให้ผู้ศัลยกรรมรู้สึกหงุดหงิด รวมทั้งมีความวิตกกังวลทำให้นอนหลับยาก เพื่อให้สามารถนอนหลับพักผ่อนได้อย่างเพียงพอ ควรปฏิบัติตามคำแนะนำของแพทย์ เช่น

  • หลีกเลี่ยงการนอนราบลงไป โดยจะต้องนอนหนุนหมอนในท่าเอียง 45 องศา ช่วงระยะหนึ่งเพื่อลดอาการปวดตึงบริเวณผ่าตัด
  • หลีกเลี่ยงการนอนคว่ำ
  • จัดสถานที่พักผ่อนให้เป็นห้องที่โล่ง โปร่ง สบาย  อากาศถ่ายเทได้สะดวก
  • หากกิจกรรมเบา ๆ ทำเพื่อให้เกิดความเพลิดเพลิน และเพื่อเบี่ยงเบนอารมณ์ให้ลืมความเจ็บปวด หรือรู้สึกไม่สบายตัว

สรุป

สิ่งที่ควรทำและไม่ควรทำหลังศัลยกรรมเสริมหน้าอกทั้ง 6 ข้อที่กล่าวมา เป็นสิ่งที่ต้องให้ความสำคัญและปฏิบัติตามอย่างเคร่งครัด เพื่อให้การฟื้นฟูเห็นผลลัพธ์อย่างรวดเร็วและป้องกันภาวะแทรกซ้อนที่อาจเกิดขึ้นทั้งในระยะสั้นและระยะยาว นอกจากนั้นควรเลือกรับประทานอาหารที่มีประโยชน์ รับประทานอาหารที่หลากหลายเพื่อให้ร่างกายได้รับสารอาหารอย่างครบถ้วนทุกหมวดหมู่ ดื่มน้ำให้เพียงพอต่อความต้องการของร่างกาย และพบแพทย์ตามนัดเพื่อประเมินอาการหลังศัลยกรรมอย่างต่อเนื่อง

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *