ในการตัดสินใจเสริมหน้าอกครั้งแรกของทุกคน ก็เพื่อให้ได้ขนาดและความสมบูรณ์แบบของรูปทรงหน้าอกตามที่ต้องการ แต่เมื่อผ่าตัดเสริมหน้าอกแล้วไม่เป็นไปตามที่คาดหวัง หน้าอกที่ได้ขาดความยืดหยุ่น ไม่นุ่มนวลและให้สัมผัสที่ไม่เป็นธรรมชาติ ทำให้รู้สึกกังวลจนขาดความมั่นใจในตนเอง ใครที่ประสบปัญหานี้อยู่ แก้ไขหน้าอก ทำได้ไม่ยากค่ะ ส่วนจะทำอย่างไร Jarem Clinic มีคำแนะนำ

แก้ไขหน้าอก

การแก้ไขหน้าอก คืออะไร

การแก้ไขหน้าอก แตกต่างจากการเสริมหน้าอก เพราะเป็นการผ่าตัดแก้ไขหน้าอก เพื่อปรับปรุง เปลี่ยนแปลงรูปทรงของหน้าอก ซึ่งเป็นผลมาจากการผ่าตัดเสริมหน้าอกที่ได้ทำมาแล้ว แต่อาจเกิดปัญหาต่าง ๆ ทั้งเรื่องของความผิดพลาด ขนาดและรูปทรงของหน้าอกที่ไม่เป็นไปตามที่ต้องการ จึงต้องมีการแก้ไข เพื่อให้ได้รูปทรงใหม่ที่สวยงามยิ่งขึ้น

สาเหตุที่ต้องทำการแก้ไขหน้าอก

สาเหตุที่ทำให้ต้องมีการแก้ไขหน้าอก

ปัญหาจากการทำศัลยกรรมหน้าอก ถือเป็นความเสี่ยงที่สามารถพบได้ในหลาย ๆ กรณีทั้งจากคลินิกที่ผู้ผ่าตัดเสริมหน้าอกเลือกใช้บริการ และเกิดจากการตอบสนองของร่างกายกับการใส่วัสดุเสริมเข้าไปในทรวงอก โดยส่วนใหญ่แล้วเหตุผลที่ทำให้ต้องมีการแก้ไขหน้าอก มีดังต่อไปนี้

  1. หลังผ่าตัดเสริมหน้าอกแล้วไม่พอใจขนาดที่ทำไป การแก้ไขหน้าอก ก็เพื่ออัพไซส์เพิ่มขนาดให้ใหญ่ขึ้น หรืออยากลดไซส์ให้มีขนาดเล็กลง และบางกรณีอาจต้องการถอดซิลิโคนออก เนื่องจากเกิดอาการปวดหลัง เป็นต้น
  2. มีข้อผิดพลาดจากการผ่าตัดเสริมหน้าอก เช่น หน้าอกสองข้างมีขนาดไม่เท่ากัน หรือหน้าอกห่างเกินไป ต้องการแก้ไขหน้าอกเพื่อปรับขนาดให้เท่ากัน หรือแก้ไขอกห่างให้ชิดกันตามสรีระเพื่อให้มีเนินอกที่อิ่มสวยเป็นธรรมชาติ
  3. เกิดผลข้างเคียงจากการผ่าตัดเสริมหน้าอกครั้งแรก เช่น เกิดอาการปวด เจ็บ ตึง ชา หรือมีอาการอักเสบ ทำให้ต้องผ่าตัดแก้ไขหน้าอกเพื่อรักษาอาการ
  4. หลังการศัลยกรรมไปนาน ๆ อาจรู้สึกได้ว่าหน้าอกแข็งขึ้นเวลาสัมผัสและอาจมีอาการเจ็บหรือปวดร่วมด้วย เนื่องจากการเกิดพังผืดแข็งหดรัดรอบซิลิโคนหน้าอก และการมีพังผืดหนามากจะทำให้รูปทรงหน้าอกเปลี่ยนไป
  5. หน้าอกเป็นลอน เป็นริ้ว และเห็นขอบซิลิโคน เกิดขึ้นในกรณีฐานหน้าอกแคบ เมื่อวางถุงซิลิโคนที่มีขนาดใหญ่กว่าทำให้ขนาดเต้านมเกินขอบล่าง จึงทำให้เกิดเต้านมเป็นลอนสองชั้น ทำให้ต้องผ่าตัดแก้ไขเพื่อให้ได้รูปทรงหน้าอกที่สวยสมส่วนเป็นธรรมชาติ
  6. หน้าอกหย่อนคล้อยลง รูปทรงหน้าอกเปลี่ยนไป ทำให้รูปทรงหน้าอกเปลี่ยนไปจากเดิม จึงต้องผ่าตัดแก้ไขหน้าอก เพื่อยกกระชับให้สวยเต็งตึง
  7. ผ่าตัดแก้ไขหน้าอก จากปัญหาหน้าอกแฝด ที่เกิดจากการเลาะแกนกลางหน้าอกมากเกินเพื่อต้องการให้ร่องอกชิดจนทำให้อกเชื่อมติดกัน
  8. เกิดปัญหาซิลิโคนเดิมเกิดความเสียหาย เช่น แตก หรือ รั่ว จากอุบัติเหตุที่มีการกระแทกอย่างรุนแรง

การแก้ไขหน้าอกทำได้เมื่อไหร่ และทำที่ไหนดี

แก้ไขหน้าอก เป็นการผ่าตัดเพื่อศัลยกรรมเช่นเดียวกับการผ่าตัดเสริมหน้าอก แต่อาจมีขั้นตอน ค่อนข้างยากมากกว่าการผ่าตัดในครั้งแรก หลังจากตรวจพบความผิดปกติหรือต้องการผ่าตัดแก้ไขหน้าอกให้ได้รูปทรงหรือขนาดตามความต้องการ สามารถทำได้ทันทีหรือต้องรอระยะเวลาหนึ่ง ขึ้นอยู่กับสาเหตุที่ต้องแก้ไข หรือขึ้นอยู่กับสุขภาพและความพร้อมของผู้ที่ต้องการผ่าตัดแก้ไข และยังขึ้นอยู่กับดุลพินิจหรือการวินิจฉัยของแพทย์อีกด้วย

ส่วนการแก้ไขหน้าอกควรทำที่ไหนดี หากเป็นการแกไขปัญหาที่เกิดจากความผิดพลาดของแพทย์และของคลินิกที่ศัลยกรรมเสริมหน้าอก การผ่าตัดแก้ไขจากคลินิกและแพทย์คนเดิมอาจทำได้ง่ายเพราะเข้าใจปัญหา รวมทั้งเป็นความรับผิดชอบที่อาจส่งผลต่อค่าบริการหรือมีค่าใช้จ่ายในราคาที่แตกต่าง แต่ไม่ว่าจะแก้ไขกับแพทย์คนเดิมหรือเปลี่ยนคลินิกใหม่  สิ่งที่ควรคำนึงถึงคือความปลอดภัย ควรเลือกคลินิกผู้ให้บริการที่มีแพทย์ศัลยกรรมเฉพาะทาง โดยเฉพาะศัลยกรรมหน้าอก

การเตรียมตัวก่อนการผ่าตัดแก้ไขหน้าอก

การผ่าตัดแก้ไขหน้าอกถือเป็นการศัลยกรรมเช่นเดียวกับการผ่าตัดเสริมหน้าอก นอกจากจะต้องเตรียมตัวเช่นเดียวกับการผ่าตัดครั้งแรกแล้ว ศัลยแพทย์อาจทำความเข้าใจกับผู้ที่ต้องทำการผ่าตัดแก้ไขหน้าอก ถึงสิ่งที่คาดหวังและผลการผ่าตัดที่จะเป็นไปได้ เนื่องจากการผ่าตัดมีความซับซ้อนและยุ่งยากกว่าการผ่าตัดครั้งแรก และการเตรียมตัวก่อนการผ่าตัด มีดังนี้

  1. แจ้งข้อมูลตามความจริง เช่น โรคประจำตัว ยาที่รับประทานอยู่เป็นประจำ ประวัติการแพ้ยา หรือหากมีอาการเจ็บป่วยไม่สบายก่อนวันผ่าตัด ก็ต้องแจ้งเจ้าหน้าที่ให้ทราบก่อน
  2. หากรับประทานอาหารเสริมเป็นประจำ ก่อนการผ่าตัดแก้ไขหน้าอกควรงดอาหารเสริมทุกชนิดอย่างน้อย 3-4 สัปดาห์หรือ 1 เดือน
  3. งดสูบบุหรี่ อย่างน้อย 4 สัปดาห์ก่อนและหลังผ่าตัด เพราะมีผลทำให้แผลหายช้ากว่าปกติ และยังเสี่ยงต่อการติดเชื้อได้ง่าย
  4. งดเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ 1-2 วันก่อนผ่าตัด และต่อเนื่องอย่างน้อย 1 สัปดาห์หลังผ่าตัด
  5. งดยาจำพวกที่มีผลต่อการแข็งตัวของเลือด และยาละลายลิ่มเลือด อย่างน้อย 7-14 ก่อนเข้ารับการผ่าตัด
  6. งดดื่มน้ำและอาหารก่อนการผ่าตัดอย่างน้อย 8 ชั่วโมง 
  7. ไม่แต่งหน้า และต้องไม่ใส่คอนแทคเลนส์มาในวันเข้ารับการผ่าตัด
  8. งดการทาเล็บมือ เล็บเท้า และการต่อเล็บทุกชนิดก่อนเข้ารับการผ่าตัด
  9. ควรสระผมให้สะอาดเรียบร้อยก่อนวันผ่าตัด
  10. งดใส่เครื่องประดับ เช่น ต่างหู สร้อย แหวน และเครื่องประดับทุกชนิด บนร่างกายในวันผ่าตัด
  11. ในวันผ่าตัดไม่แนะนำให้ขับรถมาเอง ควรมีผู้ติดตาม ญาติหรือคนรู้จักพามาหรือเดินทางมาด้วย

ขั้นตอนการผ่าตัดแก้ไขหน้าอก

  1. ให้ผู้เข้ารับการผ่าตัดดมยาสลบ
  2. แพทย์จะเริ่มทำการผ่าตัดแก้ไขหน้าอกตามที่ได้วางแผนเอาไว้ ซึ่งขั้นตอนขึ้นอยู่กับสาเหตุและปัญหาที่ต้องการแก้ไข
  3. ทำการเย็บปิดแผลภายใน โดยใช้ไหมละลาย และตามด้วยการเย็บปิดแผลส่วนของผิวหนัง
  4. ระยะเวลาในการผ่าตัดประมาณ 1-4 ชั่วโมง ขึ้นอยู่กับปัญหาความซับซ้อนปัญหาที่เกิดขึ้นในครั้งแรก
  5. หลังจากเสร็จสิ้นการผ่าตัด ก็ยังต้องใช้เวลาในการเฝ้าดูอาการของผู้ผ่าตัดระยะหนึ่ง

การดูแลแผลหลังผ่าตัดแก้ไขหน้าอก

  1. หลังผ่าตัดแก้ไขหน้าอก ต้องนอนพักในโรงพยาบาล  2 คืน
  2. หลังผ่าตัดประมาณ 1-2 วัน อาจมีท่อระบายเลือดคาอยู่ ไม่ควรออกเดินทางไกล ขับรถ หรือยกของหนัก
  3. หลังเข้ารับการผ่าตัดห้ามให้แผลโดนน้ำ 1 สัปดาห์ 
  4. ควรงดอาหารรสจัด เครื่องดื่มแอลกอฮอล์ รวมถึงงดสูบบุหรี่ ประมาณ 1 เดือน
  5. รับประทานยาตามแพทย์สั่งอย่างเคร่งครัด
  6. แพทย์จะนัดมาตัดไหม หลังผ่าตัดประมาณ 1 สัปดาห์
  7. พบแพทย์ทุกครั้งที่มีการนัดหมาย

การศัลยกรรมหรือผ่าตัดแก้ไขหน้าอก  นอกจากเป็นการผ่าตัดใหญ่ที่แพทย์ผู้ทำการผ่าตัดจะต้องมี

ความเชี่ยวชาญหรือเป็นศัลยแพทย์เฉพาะทางแล้ว เทคนิคการผ่าตัดของแพทย์แต่ละคนก็จะะแตกต่างกันไป ดังนั้นไม่ว่าจะเป็นการผ่าตัดเสริมหน้าอกหรือผ่าตัดเพื่อแก้ไขปัญหาจากการเสริมหน้าอก ความปลอดภัยคือองค์ประกอบสำคัญ  การผ่าตัดที่ปลอดภัยได้มาตรฐาน ก็คือการเลือกสถานเสริมความงามหรือคลินิกที่มีทีมแพทย์เฉพาะทางโดยตรง

 

หน้าอกที่นิยมทำการผ่าตัดแก้ไข และภาวะแทรกซ้อน

หน้าอกที่นิยมทำการผ่าตัดแก้ไขหน้าอก

  • แก้ไขปัญหาซิลิโคนที่แตกหรือรั่ว (Leakage and Ruptured) : ปัญหาของซิลิโคนที่เกิดอาการรั่ว หรือแตกออกสามารถเกิดขึ้นได้หลายๆปัจจัย โดยวิธีการแก้ไขจะเริ่มจากการเปิดแผลเก่าแล้วนำซิลิโคนเก่าออก หลังจากนั้นจะทำการเลาะพังผืดที่หุ้มซิลิโคนเอาไว้ออกนั่นเอง
  • แก้ไขปัญหาพังผืดที่เกิดขึ้นจากซิลิโคนเสริมหน้าอก (Capsular Contracture) : ปัญหาของพังผืดที่เกิดจากการที่ร่างกายรับสิ่งแปลกปลอมเข้าไปทำให้ร่างกายมีปฏิกิริยาต่อต้าน และสร้างผังผืดขึ้นมาห่อหุ้มซิลิโคนเอาไว้ โดยวิธีการของเทคนนิดการแก้ไขก็คือ การเปิดแผลขึ้นเพื่อทำการเลาะเอาพังผืดออกให้หมด ก่อนที่จะทำการจัดรูปทรงหน้าอกใหม่และเย็บปิดแผลเป็นอันเสร็จ
  • แก้ไขปัญหาเต้านมที่ห่างกัน (Cleavage Breast) : เป็นปัญหาของอาการผิดปกในส่วนเต้านมที่อยู่ห่างกันมากเกินไป โดยจะทำการเปิดแผลใต้ราวนม แล้วทำการขยายโพรงขึ้นใหม่ให้ และทำการเย็บลดขนาดความกว้างของด้านข้านของโพรงเก่า ทำให้ขยับตำแหน่งของเต้านมเดิมให้ชิดกันมากขึ้น
  • แก้ไขปัญหานมตก (Bottoming out of breast) : เป็นปัญหาของการวางตำแหน่งซิลิโคนหรือถุงเต้านมเทียมอันเก่าที่อยู่ต่ำเกินไป จนทำให้หน้าอกนั้นเกิดความหย่อนคล้อยดูไม่สวยงาม โดยเทคทิคนิคในการแก้ไขนี้จะทำการเปิดแผลและเลาะพังผืดออกให้หมด แล้วจึงทำการเปลี่ยนชั้นใต้กล้ามเนื้อ สร้างโพรงขึ้นใหม่ให้เต้านมสามารถยกสูงขึ้นได้ ก่อนทีจะเริ่มทำการจัดรูปทรงใหม่และเย็บแผลปิด
  • การแก้ไขปัญหานมแฝด ( Symmastia Uniboob) : นมแฝด คืออาการที่เกิดขึ้นจากการผ่าตัดเสริมหน้าอกไปแล้ว หน้าอกมีการชิดกันมากเกินไปจนทำให้มองไม่เห็นร่องอก สามารถแก้ไขได้โดยใช้เทคนิคการผ่าตัด เริ่มจากเปิดแผลที่ราวนม แล้วทำการเปิดขยายโพรงให้สามารถออกไปด้านข้างได้มากขึ้น หลังจากนั้นทำการเย็บกล้ามเนื้อด้านในของร่องหน้าอกเพื่อแก้ไขให้ความกว้างมากขึ้น

ภาวะแทรกซ้อนที่อาจเกิดขึ้นของการผ่าตัดแก้ไขหน้าอก

ภาวะแทรกซ้อนเป็นสิ่งที่มีโอกาสเกิดขึ้นได้ในทุกการศัลยกรรม ซึ่งจะมีโอกาสในเกิดที่น้อยลงตามปัจจัยต่างๆ เช่น ร่างกายของผู้เข้ารับการผ่าตัด เทคนิคที่ใช้ในการผ่าตัด การดูแลรักษาก่อน-หลังการเข้ารับการผ่าตัด ไปจนถึงแพทย์ที่ทำการผ่าตัดมีความเชี่ยวชาญมากพอไหม

ด้วยความที่มีปัจจัยที่หลากหลายเหล่านี้จึงทำให้มีโอกาสที่จะเกิดภาวะแทรกซ้อนได้ โดยส่วนใหญ่ภาวะแทรกซ้อนในการทำหน้าจะมีดังต่อไปนี้

  • มีอาการบวมเขียว ฟกช้ำบริเวณหน้าอก
  • แผลมีโอกาสติดเชื้อ และอักเสบได้
  • มีน้ำเหลืองออกมาจากบริเวณแผลผ่าตัด
  • ผลข้างเคียงที่อาจเกิดจากยาสลบ ยาแก้ปวดที่ได้รับ
  • ในระยะยาวอาจมีการเกิดพังผืด การเคลื่อนของตำแหน่งซิลิโคน และการหย่อนคล้อยของหน้าอกได้
  • ส่วนของแผลที่ได้รับการผ่าตัดสมานตัวช้า
  • ขนาดของหน้าอกหรือเต้านมทั้งสองข้างไม่เท่ากัน
  • แผลเป็นจากการเข้ารับการผ่าตัด
  • ความรู้สึกในส่วนของหัวนมอาจมีอาการชาขึ้น

การพักฟื้นหลังผ่าตัดแก้ไขหน้าอก

การพักฟื้นหลังผ่าตัดแก้ไขหน้าอก แนวทางปฏิบัติคล้ายกับการผ่าตัดเสริมเต้านมครั้งแรก ระยะเวลาในการพักฟื้นจะขึ้นอยู่กับเทคนิคของแพทย์ ขึ้นอยู่กับตำแหน่งและปัญหาที่ต้องการแก้ไข โดยทั่วไปแพทย์จะแนะนำให้พักฟื้นอย่างน้อย 7 วัน ดการออกกำลังกายประมาณ 6 อาทิตย์ และดูแลตัวเองอย่างต่อเนื่องนานไปถึง 3-6 เดือน ส่วนปัจจัยอื่น ๆ ที่มีผลต่อระยะเวลาในการพักฟื้น ได้แก่

  1. เทคนิคที่แพทย์ใช้ในการผ่าตัดแก้ไขหน้าอก
  2. จุดที่ต้องทำการผ่าตัด
  3. อายุและการดูแลตัวเองของผู้เข้ารับการผ่าตัด
  4. ขนาดของซิลิโคนที่ทำการแก้ไขใส่ใหม่ หรือเปลี่ยนแปลง
  5. แพทย์ที่ทำการผ่าตัด

ด้วยปัจจัยที่หลากหลายจึงระบุวันที่ชัดเจนในการพักฟื้นไม่ได้ แต่โดยทั่วไปแพทย์จะให้คำแนะนำว่าควรพักฟื้นอย่างน้อย 1 สัปดาห์ และดูแลตัวเองตามคำแนะนำแพทย์หลังจากนั้นจนแผลหายสนิท ซึ่งระยะเวลาจะอยู่ที่ประมาณ 3-6 เดือน ขึ้นอยู่ในแต่บุคคล

คำถามที่พบได้บ่อย หลังรับการศัลยกรรมหน้าอก

ต้องพันผ้า Bandage รอบหน้าอกกี่วัน

หลังทำหน้าอกยังไงผมต้องมีการทำให้นมมันล็อกเข้าที่อยู่แล้ว การพันผ้าก็เป็นวิธีเบื้องต้นหลังจากที่ผ่าตัดหน้าอกไป พันผ้าในที่นี้หมายถึงคือพันด้วย Bandage นะครับ ที่เอาไว้พันแน่นๆรัดเวลาเราปวดแขนหรือว่ากระดูกหัก อันนี้เค้าเรียกว่า Bandage อันนี้ผมก็จะพันให้แน่นหลังผ่าตัดไปเลย สำหรับว่าจะพันนานแค่ไหนนัเนก็คืออาจจะจนกระทั่งเปิดแผลหรือว่าถ้าแน่นเกินไปเราก็คลายผ้าออกก่อนได้

ที่จาเรมคลินิก แผลผ่าตัดเป็นอย่างไร

แผลผ่าตัดทำหน้าอกก็มีอยู่ที่รักแร้ก็มี ปานนมก็มี ใต้ราวนมก็มี ผมชอบทำใต้ราวนมมากกว่า เพราะว่าข้อดีของการทำแผลใต้ราวนมคือสามารถเปิดแผลแล้วใส่ซิลิโคนได้เนียน ทำชั้นต่างๆในการผ่าตัดได้ชัดเจนกว่า หลังจากผ่าตัดไปแล้ว เราก็ต้องปิดแผลใช่ไหมครับ โดยส่วนตัวผมจะทำแผลขึ้นอยู่กับขนาดซิลิโคนที่จะใส่แต่ผมจะไม่ให้เกินประมาณสัก 2.5-3 เซนติเมตรหรือว่ามากกว่านี้นิดหน่อย เพื่อเราจะได้ไม่ต้องใช้แรงในการใส่ซิลิโคนจนแผลช้ำ ลักษณะแผลเป็นอย่างไร ผมก็จะใช้ไหมละลายนะครับ เป็นแผลยาวเนียนกริบ ที่สำคัญไม่ต้องตัดไหม ปล่อยให้ไหมมันละลายไปเอง เพราะว่าการตัดไหมบางทีมันก็ไปทำให้เนื้อบาดเจ็บเพิ่มได้ เป็นรอยชัดเจนขึ้นได้

แผลห้ามโดนน้ำกี่วัน

ผมจะปิดแผลไปเลย 3-5 วัน แล้วค่อยเปิดทีเดียว ส่วนถามว่าโดนน้ำได้ไหม ส่วนตัวผมอยากให้แผลมันปิดสนิทก่อน อาจจะให้ทำแผลด้วยน้ำเกลือหรือว่าเบตาดีนไปก่อน หลังจากนั้นค่อยโดนน้ำหลังจากที่เลย 7-14 วันเป็นต้นไป

ต้องล้างแผลทุกวันไหม

ล้างแผลทุกวันไหม ล้างแผลไม่ใช่เรื่องใหญ่ สามารถทำความสะอาดได้ตามเห็นสมควรครับ แนะนำก็คือทำทุกวันนั่นแหละดีแล้ว วันละ 1-2 ครั้ง คือเช้า-เย็น

ทายารักษารอยแผลเป็นได้ตอนไหน

การทายารักษารอยแผลเป็นสามารถทาได้หลังจากตัดไหมเป็นต้นไป แต่อย่างที่บอกคือผมใช้ไหมละลายไม่จำเป็นต้องตัดไหม ก็แนะนำให้ทาตั้งแต่วันที่ 7 เป็นต้นไปได้เลยครับ

ท่านอนที่ถูกต้องหลังเสริมหน้าอก

หลังจากเสริมหน้าอกไปแล้วนะครับ ผมแนะนำให้นอนสัก 45 ถึง 30 องศาไปก่อน เพราะว่าเราสามารถลุกขึ้นได้ง่าย มีคนช่วยพยุงได้ง่ายถ้าเรานอนราบเกินไปโดยที่เราใส่ซิลิโคนค่อนข้างแน่นอาจจะทำให้แผลเกิดภาวะตึงหรือว่าเกิด Stretch ที่แผลได้ แผลอาจจะมีอาการอักเสบหรือว่ามีการซึมได้ในกรณีที่ใส่ใหญ่เกินไป แนะนำให้นอน 45 องศาถึง 30 องศาเป็นระยะเวลา 7-8 วันก็พอครับ หรือว่าจนเรารู้สึกว่าเนื้อเราค่อนข้างสบายตัว ยืดแล้วหรือว่าเราขยับตัวได้ดีขึ้นแล้วก็สามารถนอนราบได้ครับ

การนวดหลังเสริมหน้าอก

การนวดหน้าอกถามว่าจำเป็นไหม ความจริงไม่จำเป็นเลยครับ เสริมหน้าอกไม่จำเป็นต้องนวดหน้าอกแต่ว่าโดยส่วนตัวผม การนวดหน้าอกก็คือทำให้เนื้อเรารู้สึกสบายตัว คลายตัว สามารถเดินน้ำเหลือง ทำให้เส้นประสาทฟื้นตัวได้เร็วขึ้น ผมแนะนำว่านวดด้วยตัวเอง ไม่จำเป็นต้องไปพึ่งร้านนวดที่ไหน นวดด้วยตัวเอง นวดตามสเต็ปที่ผมมีคลิปให้ดูอีกทีนึง นวดแล้วทำให้เป็นกิจวัตรไม่ใช่แค่นวดในช่วงที่เสริมหน้าอก อยากให้นวดเป็นกิจวัตรประจำวันไปเลย หน้าอกเราก็จะมีความนิ่ม สามารถป้องกันพังผืดได้ด้วยครับ สรุปคือแนะนำว่าให้นวดด้วยตัวเองเพื่อป้องกันพังผืด แต่ถ้าเป็นแล้วก็ให้มาพบแพทย์นะครับ การนวดหน้าอกแนะนำให้นวดเมื่อเราไม่รู้สึกคัดตึงหรือว่าเจ็บหน้าอกแล้ว อันนี้ก็ขึ้นอยู่กับแต่ละคน อาจจะเริ่มนวดหลังจากที่แผลหายสนิทดีแล้ว ไม่มีอาการเจ็บแผลแล้วจึงเริ่มนวดได้ครับ

Support bra มีคุณสมบัติอย่างไร

เรื่องเสื้อผ้าหลังจากที่เสริมหน้าอกไปแล้ว เราจะใช้เสื้อผ้าแบบไหนก็สำคัญแนะนำใช้ให้ใช้บราที่ไม่มีโครงก่อน อาจจะเป็นสปอร์ตบรา หรือว่าเป็นบราที่กระชับหน้าอก ทำให้ตัวเนื้อนมนั้นอยู่นิ่งๆนะครับ แต่ที่ผมแนะนำนี่ก็คือเป็น Post Op Bra ไม่ใช่ซัพพอร์ตบรา Post Op ก็คือ Post Operation แปลว่าหลังผ่าตัด บราชนิดนี้จะมีตะขอหลายชั้น ก็คือสามารถทำให้เนื้อนมกระชับได้มากยิ่งขึ้นนะครับ ซึ่งที่ Jarem Clinic ก็มีแนะนำ แต่ว่าไม่จำเป็นจะต้องใช้ตัวนี้ทุกคน เอาที่สะดวก ที่สามารถหาซื้อได้ ที่เหมาะกับเรา เวลาที่เหมาะสมก็คือหลังจากที่พันผ้าเสร็จแล้วอาจจะเป็นประมาณ 5-7 วันถึงเริ่มใส่ชุด Post Op Bra ได้ครับ แนะนำว่าให้ใส่ไปนานเท่าที่ทำได้ก็คือประมาณ 1-2 เดือน เพื่อให้หน้าอกเข้าที่ หลังจากนั้นถ้าหน้าอกหรือว่าเนื้อนมเข้าที่แล้วเราถึงใส่ชุดปกติได้ครับ ถ้าเป็นไปได้ใส่ไว้ตลอด 24 ชั่วโมงจะดีกว่า เพราะว่าช่วงเวลาไปทำงาน ช่วงเวลาเดินแบบนี้ จะมีการสั่นสะเทือนของหน้าอกได้ สำหรับเวลานอนจำเป็นต้องใส่ไหม บางคนก็นอนตะแคงนอนดิ้น การใส่ล็อกนมไว้ก่อนก็อาจจะปลอดภัย ทำให้นมไม่เสียรูปครับ

ของกินต้องห้ามหลังเสริมหน้าอก

เรื่องอาหารของแสลงเป็นเรื่องที่ให้หลีกเลี่ยงอาหารสุกๆดิบๆ อาหารที่ไม่สะอาด ส้มตำปูปลาร้าหรือว่าของแสลงที่กินแล้วรู้สึกว่าอาจจะมีอาการแพ้ได้ง่าย อย่างเช่น อาหารทะเล ปู ปลา หอย สัตว์มีเปลือก มีกระดองทั้งหลาย อาจจะทำให้แผลสมานตัวได้ช้า บางคนอาจจะมีอาการแพ้ ทำให้เกิดไข้ ทำให้ครั่นเนื้อครั่นตัว เพราะฉะนั้นถ้าหลีกเลี่ยงได้ก็หลีกเลี่ยงไปก่อน ส่วนนอกเหนือจากอาหารแสลงแล้วสิ่งสำคัญก็คือพวกสุรากับบุหรี่ บุหรี่นี่มีการยืนยันทางการแพทย์ออกมาแล้วแน่นอนคือว่า ทำให้แผลเกิดการอักเสบได้ง่ายกว่าคนปกติ เพราะฉะนั้นขอให้งดก่อนและหลังผ่าตัดนะครับ ก็คือให้หยุดก่อนผ่าตัดสัก 2 สัปดาห์ และหลังผ่าตัดให้หยุดจนกว่าแผลจะหายสนิท แต่ถ้าเป็นไปได้ก็หยุดไปเลยตลอดเลยดีกว่าสำหรับเรื่องบุหรี่ ส่วนเรื่องแอลกอฮอล์ก็มีผลต่อแผลเช่นกัน แต่ทางที่ดีควรจะหยุดไปก่อน

อาการผิดปกติที่พบได้หลังเสริมหน้าอก

อาการที่ไม่พึงประสงค์หลังเสริมหน้าอก บางคนที่สงสัยกันอย่างเช่น หน้าอกแฝด พังผืด บางครั้งไม่ใช่อาการที่เกิดขึ้นทันทีทันใดหลังจากผ่าตัดนะครับ อย่างเช่นเรื่องการเกิดพังผืดอาจจะต้องดูกันเป็นปีๆ ที่เกิดพังผืดบางคนเข้าใจว่านมที่ตื่นขึ้นมาก็คือเป็นพังผืด ความจริงไม่ใช่ ถ้าเราเสริมซิลิโคนขนาดไซซ์ใหญ่ไปทำให้หน้าอกตึงขึ้นมา ก็คือการตึงเฉยๆ แต่การเกิดพังผืด อาการพังผืดที่เราจะต้องรักษาก็คือจะแข็งมากแข็งเป็นหินเลย เหมือนจับหินเลย อันนั้นคือเป็นพังผืดแน่นอน แนะนำให้เข้ามาปรึกษาแพทย์ที่ทำเพื่อทำการผ่าตัดแก้ไข อาการอื่นอย่างเช่นที่คนถามเข้ามาเยอะก็คืออกแฝดคืออะไร อกแฝดก็คือ การที่เราเสริมหน้าอกไปโดยที่เน้นอกชิดมากเกินไป ผ่าตัดเลาะแกนหน้าอกจนกระทั่งเชื่อมกัน ภาวะนี้เราต้องผ่าตัดแก้ไขอย่างเดียวไม่สามารถที่ว่าจะรอให้มันหายเองได้